เจน โฟลีย์ จากราบอโบแบงก์ ระบุว่าความกังวลต่อการแทรกแซงกดดันให้ USD/JPY อยู่ต่ำกว่า 160 ขณะที่เงินเยนยังเป็นสกุลเงินที่อ่อนค่าที่สุดในกลุ่ม G10

by VT Markets
/
Apr 20, 2026

เงินเยนญี่ปุ่นเป็นสกุลเงินในกลุ่ม G10 ที่อ่อนค่าที่สุดทั้งนับจากต้นเดือนจนถึงปัจจุบัน และนับจากต้นปีจนถึงปัจจุบัน ขณะที่ USD/JPY ซื้อขายอยู่ต่ำกว่า 160 เล็กน้อย หลังเคยขยับเหนือ 160 ช่วงปลายเดือนที่แล้ว ท่ามกลางความกังวลว่ากระทรวงการคลังญี่ปุ่นอาจเข้าดูแลค่าเงิน หากคู่เงินปรับขึ้นต่อ

การประชุมนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่กำลังจะมาถึง คาดว่าจะกำหนดทิศทาง USD/JPY ในระยะใกล้ หาก BOJ ไม่ขึ้นดอกเบี้ยสัปดาห์หน้า USD/JPY อาจกลับไปเหนือ 160 ซึ่งเสี่ยงกระตุ้นการตอบโต้จากกระทรวงการคลัง

การตัดสินใจของ BOJ และสัญญาณแนวโน้ม

หาก BOJ ไม่ประกาศขึ้นดอกเบี้ยในวันที่ 28 เมษายน ตลาดอาจหันไปจับตา “สัญญาณแนวโน้ม” (guidance: การสื่อสารล่วงหน้าของธนาคารกลางเกี่ยวกับทิศทางนโยบาย) ว่ามีโอกาสขยับในเดือนมิถุนายนหรือไม่ หากไม่มีทั้งการขึ้นดอกเบี้ยหรือสัญญาณที่ชัดเจน โอกาสทดสอบระดับ 160 อีกครั้งจะสูงขึ้น

ภาพรวมยังขึ้นอยู่กับว่า คณะกรรมการนโยบายการเงินของสหรัฐ (FOMC: คณะผู้กำหนดดอกเบี้ยนโยบายของ Fed) ยังเปิดทางให้ลดดอกเบี้ยได้อีกครั้งในปีนี้หรือไม่ โดย Rabobank คาด USD/JPY ที่ 158 ใน 3 เดือน และ 152.00 ใน 6 เดือน ภายใต้สมมติฐานว่า BOJ เข้มงวดมากขึ้น (hawkish: มีแนวโน้มคุมเข้มนโยบาย/คงดอกเบี้ยสูง) และ Fed เอนเอียงไปทางผ่อนคลาย (easing-leaning: มีโอกาสลดดอกเบี้ย)

เงินเยนกลับมาเป็นสกุลเงินที่อ่อนสุดในกลุ่ม G10 อีกครั้งในปีนี้ โดย USD/JPY ทรงตัวต่ำกว่า 160 สถานการณ์คล้ายเดิม และเพิ่มความกังวลว่า กระทรวงการคลังญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยน (foreign exchange intervention: การใช้เงินสำรองซื้อ/ขายเงินตราเพื่อชะลอความผันผวนหรือพยุงค่าเงิน) โดยในเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2024 ทางการเคยใช้เงินมากกว่า 9 ล้านล้านเยนเพื่อพยุงค่าเงิน หลังหลุดระดับสำคัญนี้

ตลาดจับตาการประชุมนโยบายของ BOJ สัปดาห์หน้าในวันที่ 27 เมษายน แม้ไม่คาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ย แต่หากไม่มีสัญญาณหนักแน่นเรื่องการขยับในเดือนมิถุนายน ก็อาจดัน USD/JPY ทะลุ 160 ได้ และอาจทำให้หน่วยงานการเงินต้องตอบสนอง

การประชุม Fed และการวางสถานะในตลาดออปชัน

การประชุม Fed วันที่ 3 พฤษภาคม จะมีอิทธิพลต่อทิศทางคู่เงินอย่างมาก ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐล่าสุดยัง “เหนียว” (stubborn: ชะลอลงยาก) โดยดัชนี PCE พื้นฐานล่าสุดอยู่ที่ 2.8% ทำให้ Fed ไม่อยากส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยง่าย ๆ หาก FOMC มีโทนเข้มงวดมากขึ้น (hawkish tone: ส่งสัญญาณพร้อมคงดอกเบี้ยสูง/ไม่รีบลดดอกเบี้ย) ก็มีแนวโน้มเพิ่มแรงหนุนให้ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเยน

สำหรับผู้เทรดอนุพันธ์ (derivatives: สัญญาการเงินที่มูลค่าอิงกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ค่าเงิน) การถือสถานะ “ซื้อ” USD/JPY ตรง ๆ (outright long: ถือฝั่งขึ้นโดยไม่ใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยง) มีความเสี่ยงสูง เพราะอาจเกิดการกลับทิศแบบรวดเร็วและรุนแรง ทางเลือกที่รอบคอบกว่า คือซื้อ “คอลออปชัน” ของ JPY (JPY call: สิทธิในการซื้อเงินเยนที่ราคาและเวลาที่กำหนด) หรือ “พุทออปชัน” ของ USD/JPY (USD/JPY put: สิทธิในการขายคู่เงิน/ได้ประโยชน์เมื่อ USD/JPY ลดลง) อายุ 1–3 เดือน วิธีนี้เปิดโอกาสทำกำไรหากเยนฟื้นค่า พร้อมจำกัดขาดทุนสูงสุดไว้ชัดเจน (เพราะขาดทุนจำกัดที่ค่าเบี้ยออปชัน)

ความเสี่ยงการแทรกแซงยังทำให้ “ความผันผวนโดยนัย” สูง (implied volatility: ระดับความผันผวนที่สะท้อนจากราคาพรีเมียมออปชัน) โดยความผันผวน 1 เดือนอยู่ที่ 11.2% จากราว 8.5% เมื่อต้นปี ภาวะแบบนี้ทำให้กลยุทธ์ออปชันอย่าง “สแตรดเดิล” หรือ “สแตรงเกิล” น่าสนใจสำหรับผู้ที่คาดว่าราคาจะเหวี่ยงแรงหลังการประชุมธนาคารกลาง แต่ไม่มั่นใจทิศทาง (straddle: ซื้อคอลและพุทที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน, strangle: ซื้อคอลและพุทคนละราคาใช้สิทธิ) ซึ่งช่วยให้ได้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะพุ่งทะลุ 160 หรือร่วงแรงจากการเข้าดูแลค่าเงิน

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code