รูปีอินเดียอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในช่วงต้นสัปดาห์ โดย USD/INR ขยับขึ้นเข้าใกล้ระดับ 93.00 หลังความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านกลับมาปะทุอีกครั้ง หนุนราคาน้ำมันปรับขึ้นและช่วยพยุงดอลลาร์
น้ำมันดิบ WTI ปรับขึ้นกว่า 3.5% สู่ราว 88.00 ดอลลาร์ในการซื้อขายเอเชียวันจันทร์ ราคาน้ำมันพุ่งหลังอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานเกือบ 20% ของโลก หลังการดำเนินการของสหรัฐที่กระทบท่าเรืออิหร่านและเรือพาณิชย์
แรงกระแทกราคาน้ำมันและแรงกดดันต่อค่าเงิน
อิหร่านเคยประกาศเปิดการสัญจรชั่วคราวเมื่อวันศุกร์ หลังมีการประกาศหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอน ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นมักกดดันค่าเงินอย่างรูปี เพราะอินเดียพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเป็นหลัก
ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย โดยดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index: DXY คือดัชนีวัดความแข็งแกร่งของดอลลาร์เทียบตะกร้าสกุลเงินหลัก) อยู่ใกล้ 98.35 ขณะอิหร่านยังไม่กลับไปเจรจาหยุดยิงถาวร โดยอ้างว่าอีกฝ่ายมี “ข้อเรียกร้องมากเกินไป” และยังมีการปิดล้อมทางทะเลต่อเนื่อง
นักลงทุนสถาบันต่างชาติ (Foreign Institutional Investors: FII คือนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่ลงทุนผ่านสถาบัน) ซื้อสุทธิหุ้นอินเดียต่อเนื่อง 3 ช่วงการซื้อขาย รวม 1,731.71 โครร์รูปี (crore = 10 ล้าน; เท่ากับราว 17,317.1 ล้านรูปี) ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวสหรัฐ-อิหร่าน 2 สัปดาห์ที่ตลาดพูดถึงจะหมดอายุวันที่ 22 เม.ย.
ยอดค้าปลีกสหรัฐ (US Retail Sales คือข้อมูลวัดการใช้จ่ายของผู้บริโภค) เดือนมี.ค. มีกำหนดประกาศวันอังคาร คาดโต 1.4% เมื่อเทียบเดือนก่อน (month-on-month คือเทียบกับเดือนก่อนหน้า) หลังโต 0.6% ในก.พ. USD/INR ซื้อขายใกล้ 93.25 และอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 20 วัน (20-day EMA คือเส้นค่าเฉลี่ยแบบให้น้ำหนักกับราคาล่าสุดมากกว่า ใช้ดูแนวโน้มระยะสั้น) ที่ 93.05 โดยมีแนวรับที่ 92.28 และ 91.40 และมีโอกาสขยับไป 94.00