USD/CAD เปิดตลาดวันจันทร์ด้วย “ช่องว่างราคา” (gap: ราคาเปิดกระโดดจากราคาปิดเดิม) ฝั่งอ่อนค่าเล็กน้อย ก่อนจะดีดกลับขึ้นมายืนเหนือ 1.3700 ในช่วงเอเชีย การขยับขึ้นครั้งนี้ยุติการปรับลงต่อเนื่อง 5 วัน หลังวันศุกร์ร่วงลงไปต่ำกว่าโซน 1.3600 เล็กน้อย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ 13 มีนาคม
ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซทำให้ตลาด “รับความเสี่ยงได้น้อยลง” (risk aversion: นักลงทุนลดการถือสินทรัพย์เสี่ยง) และหนุนเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังฟื้นตัววันศุกร์จากระดับต่ำสุดเกือบ 2 เดือน ขณะที่ราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นหนุนดอลลาร์แคนาดา (CAD) และจำกัดการปรับขึ้นต่อของคู่เงิน
ความคืบหน้าช่องแคบฮอร์มุซ
อิหร่านระบุว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งสำหรับเรือพาณิชย์ และจะโจมตีเรือที่เข้าใกล้พื้นที่ดังกล่าว หลังสหรัฐฯ ยกระดับ “การปิดล้อมทางเรือ” (naval blockade: ใช้กองทัพเรือสกัดกั้นการเดินเรือ) ต่อท่าเรืออิหร่าน ซึ่งอิหร่านมองว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และยกเป็นเหตุผลในการยกเลิกรอบเจรจาสันติภาพรอบที่สอง
เหตุการณ์นี้เพิ่มความกังวลด้านอุปทานและดันราคาน้ำมันขึ้น จากนั้นเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนลงจากระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์ เพราะตลาดลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งก็ช่วยกดไม่ให้ USD/CAD ปรับขึ้นแรง
ความแตกต่างของนโยบายธนาคารกลาง
ประเด็นหลักในตอนนี้คือ “ทิศทางนโยบายธนาคารกลางที่ต่างกัน” (policy divergence: ธนาคารกลางแต่ละประเทศใช้นโยบายไม่เหมือนกัน) ธนาคารกลางแคนาดา (BoC) เริ่มพูดถึงการลดดอกเบี้ยเพื่อพยุงเศรษฐกิจที่ชะลอลง ขณะที่ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐ เช่น ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI: ตัวเลขเงินเฟ้อที่วัดราคาสินค้าและบริการสำหรับผู้บริโภค) ที่เพิ่มขึ้น 3.1% เมื่อเทียบรายปี ทำให้เฟดยังต้องคงท่าที “เข้มงวด” (hawkish: เน้นคุมเงินเฟ้อด้วยดอกเบี้ยสูง/ขึ้นดอกเบี้ยได้) ช่องว่างนโยบายนี้เป็นเหตุสำคัญที่ทำให้คู่เงินยังซื้อขายเหนือ 1.3800 ในปัจจุบัน