ดุลการค้ารายเดือนของนิวซีแลนด์เพิ่มขึ้นเป็น 698 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ในเดือนมีนาคม จาก -257 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ในเดือนก่อนหน้า
ตัวเลขนี้สะท้อนการเปลี่ยนจาก “ขาดดุลการค้า” (นำเข้ามากกว่าส่งออก) มาเป็น “เกินดุลการค้า” (ส่งออกมากกว่านำเข้า) ภายใน 1 เดือน โดยการเปลี่ยนแปลงระหว่างสองเดือนอยู่ที่ 955 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์
ดุลการค้าสะท้อนการกลับทิศอย่างชัดเจน
ดุลการค้าของนิวซีแลนด์กลับมาแข็งแรงมาก โดยทำ “เกินดุล” 698 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ในเดือนมีนาคม ถือเป็นการกลับทิศจาก “ขาดดุล” เดือนกุมภาพันธ์ และบ่งชี้ว่าอุปสงค์ต่อสินค้าส่งออกของประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งทำให้เงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ดูน่าสนใจในเชิงปัจจัยพื้นฐาน
ข้อมูลนี้ยิ่งเป็นบวกเมื่อพิจารณาว่าในช่วงปี 2025 นิวซีแลนด์เผชิญภาวะขาดดุลการค้าต่อเนื่อง ขณะนั้นอุปสงค์โลกที่อ่อนแอสำหรับสินค้าเกษตรกดดันค่าเงินมาโดยตลอด การกลับมาเกินดุลล่าสุดชี้ว่าแรงกดดันจากต่างประเทศที่เจอเมื่อปีก่อนเริ่มคลี่คลาย
รายละเอียดสนับสนุนมุมมองเชิงบวกนี้ ผลประมูล Global Dairy Trade ล่าสุดของ Fonterra (การประมูลซื้อขายผลิตภัณฑ์นมระดับโลก) แสดงให้เห็นว่าราคา “นมผงเต็มมันเนย” (whole milk powder) เพิ่มขึ้น 4.2% ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้จากการส่งออกโดยตรง และสะท้อนแนวโน้มราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (commodity: สินค้าพื้นฐานอย่างนม ผงนม เนื้อสัตว์ โลหะ) ที่ฟื้นตัวตั้งแต่ต้นปี
ผลต่ออัตราดอกเบี้ยและกลยุทธ์การลงทุน
สถานะด้านต่างประเทศที่แข็งแรงอาจทำให้ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (Reserve Bank of New Zealand: RBNZ) มีท่าที “เข้มงวดขึ้น” หรือ hawkish (มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยเพื่อคุมเงินเฟ้อ) ตลาดเริ่มปรับการคาดการณ์แล้ว โดยข้อมูล “สวอป” (swap: สัญญาแลกเปลี่ยนผลตอบแทนอัตราดอกเบี้ย ใช้สะท้อนมุมมองตลาดต่อดอกเบี้ยในอนาคต) บ่งชี้ความน่าจะเป็น 65% ที่จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนสิงหาคม ซึ่งเปลี่ยนไปมากจากเดือนก่อนที่ตลาดแทบไม่คาดการคุมเข้มในปี 2026
ดังนั้น กลยุทธ์คือเตรียมรับแนวโน้มเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์แข็งค่าในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า การซื้อออปชัน NZD/USD แบบคอล (call option: สิทธิในการซื้อที่ราคาอ้างอิง เพื่อได้ประโยชน์เมื่อราคา/ค่าเงินปรับขึ้น) เป็นวิธีที่ตรงในการเก็งกำไรฝั่งขาขึ้น โดยแรงหนุนจากดุลการค้าที่ดีขึ้นและการคาดการณ์ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นช่วยพยุงเงินกีวี (kiwi: ชื่อเรียกเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์)