ข้อมูล CFTC ชี้ว่า สุทธิการถือครองเงินเยนของญี่ปุ่น (กลุ่มผู้เล่นที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์/นักเก็งกำไร) อยู่ที่ ¥-832K จากเดิม ¥-93.7K
สะท้อนว่าตลาดเพิ่มสถานะ “ขาย” สุทธิ (net short) มากขึ้น โดยสถานะสุทธิแย่ลงอีก ¥-738.3K เมื่อเทียบกับรายงานก่อนหน้า
การวางสถานะเก็งกำไรลงสู่ระดับ “ขาลง” ที่สุดโต่ง
ข้อมูลล่าสุดสะท้อนการเพิ่มขึ้นอย่างมากของสถานะ “ขาย” ต่อเงินเยนญี่ปุ่น โดยสถานะขายสุทธิของนักเก็งกำไรพุ่งเป็น -832,000 สัญญา ซึ่งเป็นระดับที่บ่งชี้ว่ามุมมองฝั่งลบกระจุกตัวอย่างมาก กล่าวคือ ตลาดส่วนใหญ่กำลังเดิมพันว่าเงินเยนจะอ่อนค่าต่อ
หลัง USD/JPY ล่าสุดปรับขึ้นผ่านระดับ 168 ทิศทางหลักของตลาดจึงเป็นการขายเยน ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญคือ “ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย” ระหว่างธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กับธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ซึ่งข้อมูลภาครัฐระบุว่ายังห่างกันมากกว่า 500 เบซิสพอยต์ (basis points: หน่วยวัดอัตราดอกเบี้ย 1 เบซิสพอยต์ = 0.01%) แม้การเกาะกระแสจะทำได้ แต่การที่สถานะฝั่งเดียวหนาแน่นมากทำให้ต้องระวัง
ในอีกมุมหนึ่ง ระดับการถือสถานะที่แออัดเช่นนี้มักเป็น “สัญญาณสวนทาง” (contrarian indicator: เมื่อคนส่วนใหญ่ไปทางเดียวกันมากเกินไป ความเสี่ยงกลับทิศจะสูง) เพราะหากมีข่าวหรือแรงกระตุ้นเพียงพอ ตลาดอาจกลับตัวแรงได้ ย้อนดูช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2024 ที่เคยมีความสุดโต่งฝั่งลบใกล้ระดับ 160 แล้วทางการญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงอย่างจริงจัง ทำให้เกิด “ชอร์ตสควีซ” (short squeeze: ผู้ที่ขายไว้ต้องรีบซื้อคืนพร้อมกันจนราคาพุ่งแรง) กรณีนี้ทำให้การคาดหวังว่าเงินเยนจะอ่อนต่อแบบราบรื่นมีความเสี่ยงสูง
ความเสี่ยงหลักของฝั่งขายในตอนนี้คือการ “แทรกแซงตลาด” โดยตรงจากกระทรวงการคลังญี่ปุ่น (Ministry of Finance: หน่วยงานรัฐที่ดูแลนโยบายการเงินด้านอัตราแลกเปลี่ยน/การแทรกแซงค่าเงิน) ช่วงหลังเจ้าหน้าที่เตือนเรื่อง “ความเคลื่อนไหวที่มากเกินไป” ถี่ขึ้น และหากราคาขยับเข้าใกล้ 170 ก็อาจเป็นจุดที่กระตุ้นให้มีการลงมือ ดังนั้น ผู้ถือสถานะ Long USD/JPY (Long: ถือฝั่งซื้อ/คาดว่าราคาจะขึ้น) ควรบริหารความเสี่ยงโดยคำนึงถึงโอกาสนี้
กลยุทธ์ออปชันเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการแทรกแซง
ภาวะแบบนี้ทำให้การซื้อ “ออปชัน” (options: สัญญาให้สิทธิในการซื้อ/ขายที่ราคาเฉพาะภายในเวลาที่กำหนด) ฝั่งเรียกซื้อเงินเยน (JPY call) แบบนอกเงิน (out-of-the-money: ราคาใช้สิทธิยังไม่คุ้มเมื่อเทียบราคาตลาด) หรือออปชัน “ขาย” คู่ USD/JPY (USD/JPY put) น่าสนใจในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เพราะเป็น “อนุพันธ์” (derivatives: เครื่องมือการเงินที่มูลค่าอิงสินทรัพย์อ้างอิง) ที่ใช้ต้นทุนจำกัด และจำกัดความเสี่ยงขาดทุนไว้ชัดเจน เพื่อรับมือกรณีเกิดการกลับตัวฉับพลันจากการแทรกแซง ถือเป็นการป้องกันความเสี่ยงจากสถานะขายที่หนาแน่น และเป็นการวางเดิมพันต่อการดำเนินการของภาครัฐ