เงินหยวนคาดว่าจะเคลื่อนไปที่ระดับ 6.80 ต่อดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี ขณะที่ธนาคารกลางจีน (PBoC) ชะลอจังหวะการแข็งค่าผ่านการกำหนด “อัตรากลางรายวัน” (daily fixing: ค่าอ้างอิงที่ใช้กำหนดกรอบซื้อขายในแต่ละวัน) ให้อ่อนลง ค่าเงินยังได้แรงหนุนจากการเติบโตไตรมาส 1 และการส่งออก แม้ข้อมูลกิจกรรมเศรษฐกิจล่าสุดชะลอลง และเงินเฟ้อ CPI (ดัชนีราคาผู้บริโภค: ตัวชี้วัดค่าครองชีพ) ปรับลดลง
พันธบัตรรัฐบาลจีนได้แรงหนุนจากเงินออมในประเทศมูลค่า 51 ล้านล้านดอลลาร์ และความต้องการลงทุนในตราสารหนี้ในประเทศ อัตราผลตอบแทน (yield: ผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนได้รับจากพันธบัตร) พันธบัตรรัฐบาลจีนอายุ 10 ปี ลดลงต่ำกว่า 1.79% (200dma: ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน ใช้ดูแนวโน้มราคา/ผลตอบแทน) และตะกร้าพันธบัตรคุณภาพสูงสกุลหยวน (high-grade: ผู้ออกมีความน่าเชื่อถือสูง) นำดัชนีตราสารหนี้โลกของ Bloomberg (Bloomberg global fixed income aggregate: ดัชนีรวมพันธบัตรทั่วโลก) นับตั้งแต่ต้นปีที่ราว +1.1%
แนวโน้มหยวนและสัญญาณนโยบาย
เศรษฐกิจจีนไตรมาส 1 ขยายตัว 5.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน (year on year: เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน) เพิ่มจาก 4.5% ในไตรมาส 4 ขณะที่การส่งออกไตรมาส 1 เพิ่มขึ้น 14.7%
เมื่อตรวจข้อมูลช่วงต้นปี 2025 ภาพรวมยังแข็งแรง โดยการเติบโตและการส่งออกไตรมาส 1 หนุนโอกาสที่หยวนจะแข็งค่าต่อ ระดับ 6.80 ต่อดอลลาร์ดูมีความเป็นไปได้ และได้แรงเสริมจากตลาดพันธบัตรที่ทำผลงานดีกว่า อย่างไรก็ดี ปัจจัยพื้นฐานที่หนุนหยวนเปลี่ยนไปมากแล้ว
แรงส่งเศรษฐกิจที่เห็นปีก่อนอ่อนลงชัดเจน GDP ไตรมาส 1/2026 โต 4.6% ต่ำกว่าคาด สะท้อนการชะลอจากการเติบโตทั้งปี 2025 ที่ 5.2% อีกทั้งข้อมูลการค้าเดือนมีนาคม 2026 ชี้ว่าการส่งออกหดตัว 7.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน สวนทางกับการเติบโตสองหลักช่วงต้นปี 2025
ฉากทัศน์เศรษฐกิจที่อ่อนลงทำให้ทิศทางหยวนเปลี่ยน โดย USD/CNY (อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์ต่อหยวน) อยู่แถว 7.24 ห่างจากระดับ 6.80 ที่พูดถึงปีก่อน นอกจากนี้ PBoC ยังปรับท่าทีด้วยการลด “อัตราดอกเบี้ยนโยบายหลัก” ระยะ 1 ปี (policy rate: ดอกเบี้ยอ้างอิงที่ใช้กำหนดทิศทางการเงิน) ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เพื่อพยุงการเติบโต อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีปรับขึ้นสู่ 2.31% สะท้อนมุมมองดอกเบี้ยที่เปลี่ยนไป และไม่เด่นเหมือนปีก่อน
แนวทางซื้อขายอนุพันธ์
สำหรับผู้ซื้อขายอนุพันธ์ (derivatives: สัญญาทางการเงินที่มูลค่าอิงกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ค่าเงิน) ภาวะนี้ชี้ไปที่การวางสถานะเพื่อรับโอกาส “หยวนอ่อนค่าแบบค่อยเป็นค่อยไป” การซื้อออปชัน Call ของ USD/CNY (call option: สิทธิในการซื้อที่อัตราที่กำหนด) ที่ราคาใช้สิทธิ (strike: ระดับราคาที่ใช้สิทธิ) แถว 7.28–7.30 อาจช่วยเพิ่มโอกาสทำกำไรหากข้อมูลเศรษฐกิจยังออกมาแย่ กลยุทธ์นี้ทำกำไรได้เมื่อหยวนอ่อนค่า โดยจำกัดความเสี่ยงสูงสุดไว้ที่ค่าเบี้ยประกัน (premium: เงินที่จ่ายเพื่อซื้อออปชัน)
อีกทางคือกลยุทธ์ที่คาดว่า “ความผันผวนลดลง” (volatility: ขนาดการแกว่งของราคา) เพราะ PBoC กำกับการอ่อนค่าเพื่อเลี่ยงการแกว่งแรง การขาย Strangle ระยะสั้นของ USD/CNY (strangle: ขายออปชัน Call และ Put คนละราคาใช้สิทธิ เพื่อรับค่าเบี้ยประกัน โดยคาดว่าราคาไม่แกว่งแรง) อาจเหมาะหากคาดว่าค่าเงินจะแกว่งในกรอบค่อนข้างนิ่ง แต่มีแนวโน้มอ่อนค่า กลยุทธ์นี้ได้ประโยชน์จากการลดค่าของเวลา (time decay: มูลค่าออปชันลดลงเมื่อใกล้วันหมดอายุ) ตราบใดที่ค่าเงินไม่เคลื่อนไหวแรงผิดคาดไปทางใดทางหนึ่ง