GBP/USD พลิกกลับหลังเข้าใกล้ 1.3600 ก่อนอ่อนตัวลง โดยคาดว่าความเคลื่อนไหวระหว่างวันจะอยู่ในกรอบ 1.3495 ถึง 1.3555 กรอบที่ประเมินไว้ก่อนหน้า 1.3545 ถึง 1.3600 ยังทำงานได้ดี โดยทำจุดสูงสุดที่ 1.3595 และจุดต่ำสุดที่ 1.3518
แรงกดดันขาลงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ยังไม่มากพอที่จะบ่งชี้ว่าจะลงต่อเนื่องเป็นแนวโน้มชัดเจน การอ่อนตัวเพิ่มเติมยังน่าจะเป็นการแกว่งในกรอบ 1.3495 ถึง 1.3555 โดยมองว่า “หลุด” (break) ต่ำกว่า 1.3495 แบบชัดเจนเกิดได้ยาก
Near Term Trading Range Outlook
ในช่วง 1 ถึง 3 สัปดาห์ข้างหน้า โมเมนตัมขาขึ้นถูกมองว่าเริ่มอ่อนลง และโอกาสที่ปอนด์จะปรับขึ้นต่อมีน้อยลง หากราคาลดลงต่ำกว่า 1.3480 จะเป็นสัญญาณว่าการขึ้นรอบก่อนหน้าเริ่มสะดุด
ดูเหมือนการปรับขึ้นแรงของปอนด์เทียบดอลลาร์เริ่มหมดแรงหลังเกือบแตะ 1.3600 ขณะนี้เกิดการย่อตัวเร็ว ทำให้มีแนวโน้ม “แกว่งตัวในกรอบ” (sideways/range-bound คือราคาขึ้นลงในช่วงแคบ ๆ ยังไม่เป็นเทรนด์) โดยระยะสั้นหากอ่อนลงเพิ่ม จุดรองรับ (floor/support คือระดับที่มักมีแรงซื้อพยุง) น่าจะอยู่แถว 1.3495
เมื่อคาดว่าตลาดจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1.3495 ถึง 1.3555 การ “ขายออปชัน” (selling options คือรับค่าพรีเมียมแลกกับภาระผูกพันตามสัญญา) อาจเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสม โดยอาจพิจารณา “ขายสแตรงเกิลอายุสั้น” (short-dated strangle คือขายคอลออปชันและพุตออปชันคนละราคา เพื่อหวังให้ราคาไม่หลุดกรอบ) เลือกราคาใช้สิทธิของคอล (call strike คือระดับที่ผู้ซื้อคอลมีสิทธิซื้อ) สูงกว่า 1.3600 และราคาใช้สิทธิของพุต (put strike คือระดับที่ผู้ซื้อพุตมีสิทธิขาย) ต่ำกว่า 1.3480 แนวทางนี้ได้ประโยชน์จาก “เวลาที่ผ่านไป” (time decay คือมูลค่าออปชันลดลงเมื่อใกล้หมดอายุ) และ “ความผันผวนลดลง” (volatility คือระดับการแกว่งของราคา) ตราบใดที่คู่เงินยังอยู่ในกรอบกว้างนี้
Key Macro Backdrop Factors
มุมมองนี้สอดคล้องกับข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดในเดือนเมษายน 2026 ที่ชี้ว่าเงินเฟ้อสหราชอาณาจักรลดลงมาอยู่ที่ 2.8% ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย ทำให้แรงกดดันให้ธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England) ต้องรีบดำเนินนโยบายลดลง ขณะเดียวกัน ตัวเลขจ้างงานสหรัฐที่แข็งแกร่งในสัปดาห์ก่อนยังหนุนดอลลาร์ ทำให้ปอนด์เผชิญแรงต้าน ภาพรวมนี้ต่างจากปี 2024 ที่ตลาดมีทิศทางชัดจากปัจจัยเงินเฟ้อเป็นหลัก
ระดับสำคัญในช่วง 1 ถึง 3 สัปดาห์ข้างหน้าคือ 1.3480 หาก “หลุด” ต่ำกว่าระดับนี้อย่างชัดเจน (decisive break คือหลุดพร้อมสัญญาณยืนยัน ไม่ใช่แค่ไส้เทียนช่วงสั้น) จะสะท้อนว่าการขึ้นรอบล่าสุดจบลง และอาจเริ่ม “แนวโน้มขาลง” (downtrend คือทำจุดต่ำลงและจุดสูงลงต่อเนื่อง) หากเกิดขึ้น ควรเตรียมปิดสถานะที่เน้นเล่นในกรอบ และพิจารณา “ซื้อพุตออปชัน” (buying put options คือจ่ายค่าพรีเมียมเพื่อมีสิทธิขาย เป้าหมายคือทำกำไรเมื่อราคาอ่อนลง) เพื่อรับโอกาสปอนด์/สเตอร์ลิงอ่อนค่าต่อ