ดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงิน G10 ที่ทำผลงานดีที่สุดอันดับ 3 ขณะที่ดอลลาร์แคนาดาแข็งค่ากว่า 0.28% คู่ USD/CAD ปิดที่ 1.37 สะท้อนว่า CAD แข็งค่ากว่าในวันนั้น
ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นหนุนให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasury yields: ผลตอบแทนที่นักลงทุนได้จากการถือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ) ปรับขึ้น และทำให้เส้นอัตราผลตอบแทนชันขึ้นเล็กน้อย (steepening: ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวปรับขึ้นเร็ว/มากกว่าระยะสั้น) อัตราผลตอบแทนพันธบัตร 2 ปีปิดเพิ่มขึ้น 1.2bp (bp: เบซิสพอยต์ = 0.01%) และพันธบัตร 10 ปีเพิ่มขึ้น 2.2bp
การเจรจาการค้า และปัจจัยขับเคลื่อนระยะสั้น
รัฐมนตรีการค้าของแคนาดา โดมินิก เลอบลอง ระบุว่ากำลังเร่งแก้ปัญหาการค้าที่เอกอัครราชทูตกรีร์หยิบยกขึ้นมา ซึ่งรวมถึงข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องกับระบบบริหารอุปทานในภาคนมของแคนาดา (supply-managed dairy sector: ระบบกำหนดโควตาและควบคุมราคา/การนำเข้าเพื่อพยุงรายได้เกษตรกร) ก่อนเข้าสู่ช่วงทบทวนข้อตกลง USMCA (USMCA: ข้อตกลงการค้า สหรัฐ-เม็กซิโก-แคนาดา ที่มาแทน NAFTA) ในฤดูร้อนนี้ และก่อนการหารือที่เม็กซิโกซิตีในวันจันทร์
แคนาดามีกำหนดรายงานจำนวนการเริ่มก่อสร้างที่อยู่อาศัยเดือนมีนาคม (housing starts: จำนวนโครงการ/ยูนิตที่เริ่มก่อสร้างใหม่) โดยตลาดคาด 258,000 ยูนิต เทียบกับ 250,900 ก่อนหน้า อีกทั้งมีกำหนดเผยข้อมูลธุรกรรมหลักทรัพย์ระหว่างประเทศเดือนกุมภาพันธ์ (international securities transactions: กระแสเงินลงทุนที่ซื้อ/ขายหลักทรัพย์ข้ามพรมแดน) หลังตัวเลขก่อนหน้าอยู่ที่ 46.73 พันล้านดอลลาร์แคนาดา
ย้อนกลับไปในปี 2025 ดอลลาร์แคนาดาแข็งค่าชัดเจน ส่งให้ USD/CAD ลงมาที่ 1.37 โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นและความหวังต่อการเจรจาการค้าก่อนการทบทวน USMCA ขณะนี้ภาพเปลี่ยนไป เพราะแรงหนุนระยะสั้นดังกล่าวอ่อนลงแล้ว
แรงหนุนจากตลาดพลังงานที่เห็นเมื่อปีก่อนมีความไม่แน่นอนมากขึ้น วันนี้ แม้น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI: ราคามาตรฐานน้ำมันดิบสหรัฐ) เคยซื้อขายเหนือ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงที่ CAD แข็งค่าในปี 2025 แต่ราคาลดลงมาแถว 79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ กลางเดือนเมษายน 2026 จากความกังวลว่าอุปสงค์โลกชะลอตัว ทำให้ปัจจัยหนุนสำคัญของ CAD เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐลดลง