ธนาคารกลางจีน (PBoC) กำหนดอัตรากลาง (central rate: อัตราอ้างอิงรายวันที่ใช้กำหนดกรอบการซื้อขายเงินหยวน) ของคู่ USD/CNY ในวันศุกร์ที่ 6.8622 เทียบกับอัตรายึด (fix: ค่าอ้างอิงที่ประกาศรายวัน) ของวันก่อนหน้าที่ 6.8616 และประมาณการของ Reuters ที่ 6.8206
เป้าหมายหลักของ PBoC คือรักษาเสถียรภาพราคา รวมถึงเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยน และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ อีกทั้งขับเคลื่อนการปฏิรูปการเงิน เช่น การเปิดเสรีและพัฒนาตลาดการเงิน
ธรรมาภิบาลและผู้นำของ PBoC
PBoC เป็นของรัฐแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน จึงไม่ใช่องค์กรอิสระ (autonomous: ตัดสินใจเองได้โดยไม่ขึ้นกับฝ่ายการเมือง) เลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งได้รับการเสนอชื่อโดยประธานสภาแห่งรัฐ (State Council: คณะรัฐบาลกลางจีน) มีอิทธิพลต่อการบริหารอย่างมาก และพาน กงเซิ่ง ดำรงทั้งสองตำแหน่ง
PBoC ใช้เครื่องมือ เช่น อัตรารีเวิร์สรีโป 7 วัน (seven-day reverse repo rate: ดอกเบี้ยที่ธนาคารกลาง “ให้กู้ระยะสั้น” ผ่านธุรกรรมซื้อคืน เพื่อควบคุมสภาพคล่องในระบบ), โครงการเงินกู้ระยะกลาง (Medium-term Lending Facility: แหล่งเงินกู้จากธนาคารกลางให้ธนาคารพาณิชย์ช่วงหลายเดือนเพื่อพยุงสภาพคล่อง), การดูแลตลาดเงินตราต่างประเทศ (foreign exchange actions: การแทรกแซง/กำกับการซื้อขายเงินตรา), และอัตราส่วนกันสำรอง (reserve requirement ratio: สัดส่วนเงินฝากที่ธนาคารต้องกันไว้ ห้ามนำไปปล่อยกู้) ส่วนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (Loan Prime Rate: อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงหลักของจีน) ส่งผลต่อดอกเบี้ยเงินกู้ ดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน และดอกเบี้ยเงินฝาก รวมถึงค่าเงินหยวน (Renminbi: ชื่อสกุลเงินของจีน; หยวนเป็นหน่วย)
จีนมีธนาคารเอกชน 19 แห่ง คิดเป็นสัดส่วนไม่มากในระบบ โดยรายใหญ่คือ WeBank และ MYbank และอนุญาตให้ผู้ให้กู้ในประเทศที่มีทุนเอกชน (private-funded domestic lenders: ธนาคาร/สถาบันการเงินที่เอกชนถือหุ้น) ตั้งแต่ปี 2014