GBP/USD ปรับลงราว 0.25% ในวันพฤหัสบดี มาอยู่แถว 1.3525 ทำให้คืนกำไรบางส่วนจากช่วงที่ก่อนหน้านี้ขึ้นไปใกล้ 1.3600 คู่เงินหลุดต่ำกว่า 1.3550 และอ่อนตัวต่อเนื่องตลอดช่วงการซื้อขายยุโรปและอเมริกาเหนือ
ข้อมูลเศรษฐกิจอังกฤษออกมาคละเคล้า GDP เดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้น 0.5% เมื่อเทียบรายเดือน (m/m: เดือนต่อเดือน) สูงกว่าคาดที่ 0.1% และดัชนีภาคบริการ (Index of Services: ตัวชี้วัดผลผลิตในภาคบริการ) เพิ่มขึ้น 0.5% สูงกว่าคาดที่ 0.3%
Market Drivers And Price Action
ผลผลิตภาคการผลิต (Manufacturing Production: ปริมาณการผลิตในภาคโรงงาน) ลดลง 0.1% m/m และลดลง 0.5% เมื่อเทียบรายปี (y/y: ปีต่อปี) ต่ำกว่าที่ตลาดคาด ขณะที่ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (Industrial Production: ผลผลิตรวมของภาคอุตสาหกรรม) แบบ y/y อยู่ที่ -0.4% ดีกว่าคาดที่ -0.9%
ความต้องการถือดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนต่อเนื่องเกี่ยวกับความขัดแย้งกับอิหร่าน ซึ่งเริ่มจากการโจมตีที่นำโดยสหรัฐช่วงปลายกุมภาพันธ์ ข่าวเรื่อง “ใกล้บรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน” และ “หยุดยิงอิสราเอล-เลบานอน” ยังถูกตั้งคำถาม
ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: เส้นทางเดินเรือสำคัญสำหรับขนส่งน้ำมัน) ยังปิดอยู่ และมีมาตรการปิดล้อมที่สหรัฐสนับสนุน ทำให้ตลาดกังวลการสะดุดของอุปทานพลังงานและเงินเฟ้อ ด้านธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England) มีผู้กำหนดนโยบายชื่อ Taylor มีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ 2 ครั้งในช่วงท้ายวัน
สัญญาณระยะสั้นบ่งชี้ GBP/USD อยู่ใกล้ 1.3525 ต่ำกว่าราคาเปิดวันนั้นที่ 1.3571 โดย Stochastic RSI (ตัวชี้วัดโมเมนตัม: ใช้ดูแรงซื้อแรงขายและภาวะซื้อมาก/ขายมาก) อยู่ที่ 46.19 ระดับที่อ้างถึงได้แก่แนวรับที่ 1.3520 และ 1.3500 และแนวต้านที่ 1.3571
ในกราฟรายวัน GBP/USD อยู่ใกล้ 1.3526 สูงกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โปเนนเชียล (EMA: ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ให้น้ำหนักกับราคาล่าสุดมากกว่า) 50 วันที่ 1.3412 และ EMA 200 วันที่ 1.3354 โดย Stochastic RSI อยู่ที่ 94.6 รายงานระบุแนวรับอยู่ที่เส้นค่าเฉลี่ยดังกล่าว และแจ้งว่าใช้ AI ช่วยเขียนส่วน “วิเคราะห์ทางเทคนิค” (การดูกราฟราคาและตัวชี้วัดเพื่อประเมินแนวโน้ม)