USD/CHF ปรับขึ้นในวันพฤหัสบดี หลังดอลลาร์สหรัฐฟื้นตัวจากการอ่อนค่าต่อเนื่อง 8 วัน ทำให้ฟรังก์สวิสอ่อนลง คู่เงินซื้อขายใกล้ 0.7828 เพิ่มขึ้นราว 0.11% ในวันเดียวกัน
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index: DXY ซึ่งเป็นดัชนีวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก) ดีดกลับมาที่ราว 98.20 หลังทำจุดต่ำระหว่างวัน 97.83 แต่ยังอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ การขยับขึ้นครั้งนี้เชื่อมโยงกับ “การเด้งทางเทคนิค” (technical bounce คือการฟื้นตัวระยะสั้นหลังราคาร่วงแรง) หลังจากการปรับลงก่อนหน้า
Risk Sentiment And Geopolitics
บรรยากาศตลาดได้รับแรงหนุนจากความหวังเรื่องการเจรจาสหรัฐ–อิหร่าน ทำให้ความต้องการ “สกุลเงินปลอดภัย” (safe-haven currencies คือสกุลเงินที่นักลงทุนมักถือเมื่อเสี่ยงสูง เช่น CHF, JPY) ลดลง โดยมีการพูดถึงการเจรจารอบสองในสัปดาห์นี้ ขณะที่ข้อพิพาทด้านนิวเคลียร์ยังไม่คลี่คลาย
พีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐระบุว่า กองกำลังพร้อมกลับไปปฏิบัติการรบ หากไม่บรรลุข้อตกลง โดยข้อตกลงหยุดยิงมีกำหนดหมดอายุในสัปดาห์หน้า ประเด็นความเสี่ยงเงินเฟ้อจากน้ำมันยังเป็นจุดสนใจ
มาร์ติน ชเลเกล ประธานธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ (SNB) กล่าวว่า ความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง และธนาคารกลางควรดำเนินการเร็ว หากเริ่มเห็น “ผลกระทบรอบสอง” (second-round effects คือผลต่อเนื่องจากต้นทุนสูงที่ลามไปสู่ค่าจ้างและราคาสินค้าอื่น) รายงานการประชุม SNB ระบุว่า เงินเฟ้อสวิตเซอร์แลนด์อาจเร่งขึ้นระยะสั้นจากราคาพลังงาน แต่ยังอยู่ในกรอบที่ถือว่าเสถียรด้านราคา
จอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก กล่าวว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังดันเงินเฟ้อขึ้น และคาดเงินเฟ้อปีนี้ราว 2.75%–3% ข้อมูลผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ครั้งแรกของสหรัฐ (Initial Jobless Claims คือจำนวนผู้ยื่นขอรับสิทธิประโยชน์ว่างงานครั้งแรก) ลดลงสู่ 207,000 ต่ำกว่าคาดที่ 215,000 ขณะที่ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (Industrial Production คือปริมาณการผลิตของโรงงาน เหมือง และสาธารณูปโภค) ลดลง 0.5% เทียบรายเดือน (MoM คือเทียบกับเดือนก่อนหน้า) ในเดือนมีนาคม สวนทางคาดที่เพิ่มขึ้น 0.1%