ราคาผู้ผลิตและราคานำเข้าของสวิตเซอร์แลนด์เพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบรายเดือนในเดือนมีนาคม
การเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับคาดการณ์ที่ 0.2%
ข้อมูลราคาผู้ผลิตและราคานำเข้าเดือนมีนาคมที่ออกมาตรงตามคาดที่ 0.2% สะท้อนว่าแรงกดดันเงินเฟ้อในห่วงโซ่ต้นทุนยังทรงตัว โดย “เงินเฟ้อในห่วงโซ่ต้นทุน” คือทิศทางราคาต้นทุนตั้งแต่ผู้ผลิตและสินค้านำเข้า ก่อนส่งผ่านไปยังราคาสินค้าแก่ผู้บริโภค การไม่มีเซอร์ไพรส์ทำให้มุมมองของเราชัดขึ้นว่า ธนาคารกลางสวิส (SNB) น่าจะยังไม่รีบปรับนโยบายในระยะใกล้ สำหรับนักลงทุน จุดสำคัญคือความคาดการณ์ได้ของทิศทางนโยบาย
เสถียรภาพนี้สอดคล้องกับภาพเศรษฐกิจโดยรวม โดยอัตราเงินเฟ้อผู้บริโภค “ตัวเลขหลัก” (headline) ซึ่งหมายถึงเงินเฟ้อรวมทุกหมวดสินค้า ยังทรงตัวใกล้ 1.4% อยู่ในกรอบที่ธนาคารกลางรับได้ เมื่อมองย้อนหลัง สถานการณ์นี้ต่อเนื่องจากการลดดอกเบี้ยตลอดปี 2025 ที่ทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมาอยู่ที่ 1.00% ในปัจจุบัน จึงยังไม่มีแรงจูงใจเร่งด่วนให้ SNB เปลี่ยนทิศทางตอนนี้
ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ เราคาดว่า “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility) ของสินทรัพย์สวิสจะยังมีแนวโน้มลดลงต่อ โดยความผันผวนโดยนัยคือระดับความผันผวนที่ตลาดสะท้อนผ่านราคาออปชัน ดัชนีความผันผวนสวิส (VSMI) ซึ่งเป็นดัชนีวัดความผันผวนคาดการณ์ของตลาดหุ้นสวิส กำลังเคลื่อนไหวแถว 11 และข้อมูลนี้หนุนแนวคิดการขายออปชันเพื่อรับ “พรีเมียม” (premium) หรือค่าตอบแทนที่ผู้ซื้อออปชันจ่ายให้ผู้ขาย กลยุทธ์อย่าง short straddle หรือ short strangle บนดัชนีตลาดหุ้นสวิส (SMI) อาจเหมาะ โดย short straddle คือขายคอลและพุทที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน ส่วน short strangle คือขายคอลและพุทต่างราคาใช้สิทธิ ทั้งสองแบบมักได้ประโยชน์เมื่อราคาแกว่งในกรอบและความผันผวนลดลง
สำหรับเงินฟรังก์สวิส หมายความว่าแนวโน้มค่าเงินจะถูกขับเคลื่อนจากการตัดสินใจของธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มากกว่านโยบายในประเทศ เมื่อเส้นทางของ SNB คาดเดาได้ การเทรดออปชันคู่เงิน EUR/CHF และ USD/CHF ที่ได้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวแบบ “แกว่งในกรอบ” (range-bound) จึงเป็นแนวทางที่สมเหตุสมผล โดย range-bound คือราคาขึ้นลงในช่วงจำกัด ไม่ได้เกิดเทรนด์ชัดเจน เราไม่คาดว่าจะเห็นการทะลุกรอบครั้งใหญ่ของฟรังก์ไม่ว่าทิศทางใด