เงินปอนด์สเตอร์ลิงแข็งค่า 0.14% ขึ้นมาใกล้ 1.3580 เทียบดอลลาร์สหรัฐในช่วงตลาดยุโรปวันพฤหัสบดี หลังข้อมูลเศรษฐกิจอังกฤษออกมาดีกว่าคาด โดย GDP สหราชอาณาจักร (ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ: มูลค่าการผลิตสินค้าและบริการทั้งหมดของประเทศ) เดือนกุมภาพันธ์โต 0.5% จากเดือนก่อน (month-on-month: เทียบเดือนก่อนหน้า) สูงกว่าคาด 0.1% และตัวเลขเดือนมกราคมถูกปรับเพิ่มจาก 0% เป็น 0.1%
การผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนกุมภาพันธ์ เทียบกับคาด 0.2% หลังจากลดลง 0.1% ในเดือนมกราคม ขณะที่การผลิตภาคการผลิต (Manufacturing) ลดลง 0.1% จากเดือนก่อน สวนทางคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% หลังเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนมกราคม
มุมมองต่อดอลลาร์เปลี่ยนไป
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงท่ามกลางความหวังว่าจะมีการหยุดยิง (ceasefire: การตกลงหยุดสู้รบชั่วคราว) ระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index: ค่าดอลลาร์เทียบตะกร้าสกุลเงินหลัก) แทบไม่เปลี่ยนแปลงแถว 98.00 หลังแตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ที่ 97.83 ระหว่างการซื้อขายในเอเชีย
ถ้อยแถลงจากสหรัฐระบุว่าทั้งสองประเทศใกล้ยุติสงครามแล้ว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า ความขัดแย้ง “ใกล้จะจบลงมาก” ในบทสัมภาษณ์กับ Fox Business
แนวโน้มกลยุทธ์ออปชัน
อย่างไรก็ดี ปัจจัยสำคัญที่ยังพยุงเงินปอนด์คือเงินเฟ้อที่ยังสูง โดยอยู่ที่ 3.1% ในเดือนมีนาคม 2026 ซึ่งยังสูงกว่าเป้าหมายของธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England) ทำให้ต้องคงดอกเบี้ยในระดับสูง ส่งผลเป็นแรงพยุงค่าเงินปอนด์ ดังนั้นการ “เดิมพันขาลง” อย่างแรงต่อเงินปอนด์ผ่านพุตออปชัน (put options: สัญญาที่ให้สิทธิขายสินทรัพย์ที่ราคาเดิมภายในเวลาที่กำหนด ใช้ทำกำไรเมื่อราคาลง) จึงมีความเสี่ยงในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า
ฝั่งดอลลาร์สหรัฐ ความอ่อนค่าจากปีก่อนกลับทิศแล้ว โดยเงินเฟ้อสหรัฐยัง “เหนียว” หรือปรับลงยาก (sticky inflation: เงินเฟ้อที่ลดลงช้า) ที่ 3.5% และรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-Farm Payrolls: จำนวนตำแหน่งงานใหม่ในสหรัฐ ยกเว้นภาคเกษตร) เดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 215,000 ตำแหน่ง ทำให้เฟดยังมีท่าทีเข้มงวด (hawkish: เน้นคุมเงินเฟ้อด้วยดอกเบี้ยสูง) ภาวะที่ทั้งสองธนาคารกลางคงท่าทีดอกเบี้ยสูงทำให้ GBP/USD เคลื่อนไหวในกรอบค่อนข้างแคบ
สภาพแวดล้อมปัจจุบันต่างจากช่วงผันผวนสูงปี 2022-2023 ที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (rate differential: ความต่างของดอกเบี้ยระหว่างสองประเทศ) เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ตอนนี้เป็นลักษณะ “ดอกเบี้ยสูงทั้งสองฝั่ง” มากกว่าการเร่งขึ้นดอกเบี้ย ทำให้ความผันผวนของคู่เงินลดลง ความผันผวนโดยนัยของออปชัน GBP/USD (implied volatility: ความผันผวนที่ตลาดคาดจากราคาออปชัน) ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 18 เดือน สะท้อนว่าตลาดคาดความนิ่งจะดำเนินต่อ
ในบริบทนี้ ผู้ลงทุนอาจพิจารณากลยุทธ์เล่นในกรอบที่ได้ประโยชน์จากความผันผวนต่ำ เช่น ไอรอนคอนดอร์ (iron condor: กลยุทธ์ออปชันแบบขาย/ซื้อพุตและคอลหลายระดับ เพื่อทำกำไรเมื่อราคาแกว่งในกรอบ) บน GBP/USD ส่วนผู้ที่คาดว่าจะหลุดกรอบ ความผันผวนโดยนัยที่ต่ำทำให้การซื้อสตรัดเดิลหรือสแตรงเกิล (straddle/strangle: ซื้อคอลและพุตพร้อมกันเพื่อหวังได้กำไรเมื่อราคาเหวี่ยงแรง ไม่ว่าจะขึ้นหรือลง โดยสแตรงเกิลใช้ราคาใช้สิทธิคนละระดับ) มีต้นทุนถูกกว่าปีก่อน กลยุทธ์คอลลาร์ (protective collar: การถือสินทรัพย์พร้อมซื้อพุตป้องกันขาลงและขายคอลเพื่อลดต้นทุน) ยังเหมาะสำหรับป้องกันความเสี่ยงของพอร์ตจากการเคลื่อนไหวฉับพลัน