AUD/USD ปรับขึ้น 0.72% ในวันพุธ ปิดที่ 0.7173 หลังบรรยากาศ “รับความเสี่ยง” (นักลงทุนกล้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น) ดีขึ้น ราคาน้ำมันดิบ WTI (น้ำมันดิบเวสต์เทกซัสของสหรัฐ) ทรงตัวเหนือ 91 ดอลลาร์ แต่ลดลงเกือบ 0.80% โดยความผันผวนของน้ำมันที่ลดลงช่วยหนุนค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย
ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสงคราม “ใกล้จบแล้ว” Bloomberg รายงานกระแสข่าวว่ามีโอกาสขยายเวลาหยุดยิงออกไป 2 สัปดาห์ ขณะที่ทรัมป์บอกว่าอาจไม่จำเป็น เพราะการเจรจายังเดินหน้าต่อ
สัญญาณจากเฟดและความไม่แน่นอนของตลาด
รายงาน Beige Book ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ระบุว่า กิจกรรมเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น และการจ้างงานทรงตัว นอกจากนี้ยังชี้ว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางเป็น “แหล่งความไม่แน่นอนสำคัญ” ที่กระทบการจ้างงาน การตั้งราคา และการลงทุนเงินทุน (การลงทุนในเครื่องจักร โครงการ และสินทรัพย์ถาวร)
Beige Book มองเงินเฟ้ออยู่ในระดับปานกลาง แต่เงินเฟ้อดัชนีราคาผู้ผลิตสหรัฐ (PPI: วัดราคาสินค้า/บริการในระดับผู้ผลิตก่อนถึงผู้บริโภค) เดือนมีนาคมอยู่ที่ 4% ทำให้ตลาดยังจับตาทิศทางนโยบายการเงินในปี 2026
อัลแบร์โต มูซาเลม จากเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ ระบุว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจส่งผ่านไปยังเงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation: เงินเฟ้อที่ตัดราคาพลังงานและอาหารซึ่งผันผวนออก) โดยเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ต่ำกว่าเล็กน้อยหรือใกล้ระดับ 3% ส่วนรายงานการจ้างงานออสเตรเลียเดือนมีนาคมคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 20,000 ตำแหน่ง และอัตราว่างงานอยู่ที่ 4.3%
ตลาดประเมินว่าธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) อาจขึ้นดอกเบี้ยรวมอย่างน้อย 54 เบซิสพอยต์ภายในสิ้นปี (basis points: 1 เบซิสพอยต์ = 0.01%) สะท้อนโอกาสขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง ครั้งละ 25 เบซิสพอยต์ และให้น้ำหนัก 66% ว่าจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไป ระดับทางเทคนิคที่ถูกกล่าวถึง ได้แก่ แนวรับใกล้ 0.7043 และ 0.7037, RSI (14) ใกล้ 66 (RSI: ดัชนีวัดแรงซื้อแรงขาย ระยะ 14 วัน) และแนวต้านราว 0.7440, 0.7685 และ 0.8015
เปิดบัญชีจริงกับ VT Markets และ เริ่มเทรด ได้ทันที