รูปีอินเดียแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในวันพุธ หลังตลาดหยุดทำการ โดย USD/INR ลดลงมาแถว 93.20 จากราคาน้ำมันที่ปรับลง และแรงรับความเสี่ยง (risk appetite: ความต้องการถือสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น) ฟื้นตัว จากความคาดหวังเรื่องการหยุดยิงสหรัฐ–อิหร่าน (ceasefire: ข้อตกลงหยุดการสู้รบ)
โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสงครามกับอิหร่าน “ใกล้จะจบมากแล้ว” และกล่าวว่าทีมของสหรัฐและอิหร่านอาจกลับมาเจรจากันอีกครั้งในปากีสถานภายใน 2 วันข้างหน้า
Rupee Gains On Ceasefire Hopes
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index: ดัชนีวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าเงินหลัก) หรือ DXY ขยับขึ้นเล็กน้อยสู่ราว 98.15 ใกล้ระดับต่ำสุดเกือบ 7 สัปดาห์ที่ 98.00 ขณะที่ WTI (น้ำมันดิบสหรัฐ) ลดลงต่ำกว่า 90.00 ดอลลาร์ จากความหวังว่าการพักรบ (truce: การหยุดรบชั่วคราว) จะช่วยคลายปัญหาตึงตัวด้านอุปทาน (supply strains: ภาวะที่อุปทานมีจำกัด)
เดือนเมษายน นักลงทุนสถาบันต่างชาติ (Foreign Institutional Investors: นักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ เช่น กองทุน) เป็นผู้ขายสุทธิ 7 ใน 8 วันทำการ โดยลดการถือครองรวม 40,955.81 โครรูปี รวมถึง 5,834.25 โครรูปีนับตั้งแต่เที่ยงคืนวันที่ 7 เม.ย. คิดเป็นราว 1 ใน 5 ของยอดสัปดาห์แรก
เงินเฟ้อ WPI ของอินเดียเดือนมีนาคม (WPI inflation: เงินเฟ้อราคาค้าส่ง/ราคาหน้าโรงงาน) อยู่ที่ 3.88% เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าคาดที่ 3% และสูงกว่าก่อนหน้าที่ 2.13% ด้าน USD/INR ซื้อขายใกล้ 93.25 โดยมีแนวรับที่ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เอ็กซ์โปเนนเชียล 20 วัน (20-day EMA: ค่าเฉลี่ยแบบให้น้ำหนักกับข้อมูลล่าสุดมากกว่า) แถว 93.09 และอาจลงไป 92.29 หากปิดต่ำกว่าแนวรับดังกล่าว
เมื่อมองย้อนกลับไปช่วงเดียวกันของเดือนเมษายน 2025 รูปีแข็งค่าขึ้นมากจากความหวังการหยุดยิงสหรัฐ–อิหร่านและราคาน้ำมันที่ลดลง คู่ USD/INR ซื้อขายใกล้ 93.20 ซึ่งต่างจากระดับปัจจุบันราว 83.35 สะท้อนว่าข่าวภูมิรัฐศาสตร์สามารถทำให้ค่าเงินเปลี่ยนเร็ว จึงควรระวังการจัดพอร์ตในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า
How The Backdrop Has Changed
ปีที่แล้ว ราคาน้ำมันดิบที่ร่วงต่ำกว่า 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลส่งผลบวกต่อรูปีอย่างมาก ปัจจุบัน Brent (น้ำมันดิบอ้างอิงยุโรป) เคลื่อนไหวแถวระดับใกล้กันที่ประมาณ 87 ดอลลาร์ ทำให้แรงกดลงของน้ำมันไม่เด่นชัด จึงลดแรงหนุนที่รูปีเคยได้ นักเทรดควรติดตามการตัดสินใจกำลังการผลิตของ OPEC+ (กลุ่มโอเปกและพันธมิตรผู้ผลิตน้ำมัน) อย่างใกล้ชิด เพราะหากลดกำลังการผลิตเกินคาด อาจทำให้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ทรงตัวหายไปเร็ว
ความแข็งแกร่งของดอลลาร์สหรัฐในภาพรวมต่างจากเดือนเมษายน 2025 ตอนนั้น DXY ใกล้ระดับต่ำสุด 7 สัปดาห์แถว 98.00 แต่วันนี้แข็งขึ้นมากและยืนเหนือ 106 ได้ต่อเนื่อง ดอลลาร์ที่แข็งในวงกว้างเป็นแรงกดดันต่อรูปี ทำให้การแข็งค่าอาจจำกัดและเกิดได้ยาก
มุมมองนักลงทุนยังเปลี่ยนจากช่วงที่ต่างชาติขายหนักต้นเดือนเมษายน 2025 ล่าสุดข้อมูลชี้ว่า Foreign Portfolio Investors (FPIs: นักลงทุนต่างชาติที่ลงทุนผ่านตลาดทุน เช่น หุ้น/พันธบัตร) กลับมาซื้อสุทธิหุ้นอินเดีย โดยมีเงินไหลเข้าเกิน 3.5 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 1 ปี 2026 กระแสเงินเข้าอย่างต่อเนื่องเป็นแรงพยุงรูปี และช่วยกันแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก
เงินเฟ้อ WPI ปีที่แล้วที่ 3.88% ต่ำกว่าตัวเลขเงินเฟ้อผู้บริโภคในปัจจุบันที่ทรงตัวต่ำกว่า 5% เล็กน้อย ทำให้ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ระมัดระวังมากขึ้น เงินเฟ้อที่ยังเหนียว (persistent inflation: เงินเฟ้อที่ลดลงช้า) ทำให้ RBI ไม่น่าลดดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งช่วยให้รูปีน่าสนใจต่อ “แคร์รีเทรด” (carry trade: กู้สกุลที่ดอกเบี้ยต่ำไปลงทุนสกุลที่ดอกเบี้ยสูงเพื่อรับส่วนต่าง) ผู้เล่นอนุพันธ์ (derivative traders: ผู้ซื้อขายสัญญาอ้างอิง เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน) ควรคำนึงถึงส่วนต่างดอกเบี้ย (interest rate differential: ความต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างประเทศ) ที่ยังหนุนอยู่ ซึ่งในปี 2025 ไม่เด่นเท่านี้