AUD/JPY แข็งค่าต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 โดยในช่วงการซื้อขายยุโรปวันพุธเคลื่อนไหวใกล้ 113.40–113.50 การขยับขึ้นมาจากบรรยากาศ “รับความเสี่ยง” (risk mood: นักลงทุนกล้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น) ที่ดีขึ้น หลังมีความหวังว่าจะมีการเจรจาสหรัฐฯ–อิหร่านรอบที่สอง
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าไม่คิดจะขยายการหยุดยิง (ceasefire: ข้อตกลงหยุดปฏิบัติการทางทหารชั่วคราว) และมองว่าไม่จำเป็น พร้อมส่งสัญญาณว่าการเจรจาอาจกลับมาได้ภายในสัปดาห์นี้ ขณะเดียวกันคัดค้านแนวคิด “ระงับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม” ของอิหร่านเป็นเวลา 20 ปี (nuclear enrichment: กระบวนการเพิ่มสัดส่วนยูเรเนียมเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ ซึ่งอาจถูกมองว่าเชื่อมโยงกับความเสี่ยงด้านอาวุธ)
รองผู้ว่าการธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) แอนดรูว์ เฮาเซอร์ กล่าวว่าเดือนข้างหน้าจะท้าทายต่อออสเตรเลีย ท่ามกลาง “วิกฤตพลังงาน” ที่พัวพันกับความตึงเครียดตะวันออกกลาง และแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังยืดเยื้อ โดยชี้ว่าเงินเฟ้อที่ลงยากและข้อจำกัดด้านอุปทาน (supply limits: ของมีจำกัด/ผลิตได้ไม่พอ) อาจเพิ่มความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะเข้าใกล้ภาวะ “สแต็กเฟลชัน” (stagflation: เศรษฐกิจโตช้าแต่เงินเฟ้อสูง)
คู่เงินนี้ยังได้แรงหนุนจากเงินเยนที่อ่อนค่า เนื่องจากญี่ปุ่นพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางสูง ราคาน้ำมันปรับขึ้นจากความไม่แน่นอนเรื่องการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังทหารสหรัฐฯ ใช้มาตรการปิดกั้น (blockade: การสกัดกั้น/จำกัดการเดินเรือ) ทำให้อุปทานตึงตัวและเพิ่มความไม่แน่นอนต่อการเจรจาในอนาคต
เงินเยนอาจได้แรงหนุนจากกระแสคาดการณ์ว่า “ทางการญี่ปุ่นอาจแทรกแซงค่าเงิน” (intervention: รัฐเข้าซื้อ/ขายเงินในตลาดเพื่อพยุงหรือกดค่าเงิน) ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) คาซูโอะ อุเอดะ กล่าวว่า ผู้กำหนดนโยบายต้องจับตาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความขัดแย้งตะวันออกกลาง โดยเตือนว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจกระทบแนวโน้มการเติบโตของญี่ปุ่น