USD/CHF เคลื่อนไหวทรงตัวแถว 0.7812 ในช่วงปลายการซื้อขายเอเชียวันพุธ โดยยังเกาะอยู่ใกล้จุดต่ำสุดของเดือนที่ 0.7790 ซึ่งทำไว้เมื่อวันก่อน และยังมีโอกาสอ่อนค่าต่อหลุด 0.7800 ได้
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนกว่าคู่เงินหลักอื่น ๆ จากความหวังว่าสหรัฐและอิหร่านอาจตกลง “หยุดยิงถาวร” ได้ในเร็ว ๆ นี้ ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index: DXY ซึ่งเป็นดัชนีวัดความแข็งค่าของดอลลาร์เทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก) ขยับขึ้นเล็กน้อยมาที่ราว 98.15 แต่ยังอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 7 สัปดาห์ที่ 98.00
ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับ Fox Business ว่าความขัดแย้งกับอิหร่าน “ใกล้มาก” ที่จะยุติ นอกจากนี้ เขายังบอกกับ The New York Post เมื่อวันอังคารว่า การเจรจาอาจกลับมาเริ่มใหม่ที่ปากีสถานภายใน 2 วันข้างหน้า
รองประธานาธิบดีสหรัฐ เจ.ดี. แวนซ์ ระบุว่า มีการหารือกับอิหร่านผ่านหลายช่องทาง รวมถึงปากีสถานและจะเดินหน้าต่อไป โดยทั้งสองฝ่ายกำลังทำงานเพื่อไปสู่ข้อตกลง
การคาดการณ์ของตลาด (Market pricing คือการสะท้อน “ความคาดหวังของนักลงทุน” ที่ฝังอยู่ในราคาสินทรัพย์และตราสารการเงิน) ไม่ได้รวมความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve: Fed) จะขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้แล้ว ซึ่งต่างจากเดือนมีนาคมที่เคยคาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งหลังสงครามเริ่มต้น
เมื่อย้อนดูมุมมองในปี 2025 มีเหตุผลสนับสนุนว่า USD/CHF มีโอกาสปรับลงจากความหวังเรื่องการหยุดยิงสหรัฐ-อิหร่าน ความคาดหวังดังกล่าวทำให้มุมมองเป็น “ดอลลาร์อ่อนค่า” และเปลี่ยนการประเมินนโยบายของเฟด โดยตลาดจับตาการหลุดระดับ 0.7800
อย่างไรก็ตาม ณ เดือนเมษายน 2026 ภาพกลับตาลปัตรไปแล้ว โดยพัฒนาการที่สำคัญที่สุดคือ ธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ (Swiss National Bank: SNB) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (key interest rate คือดอกเบี้ยหลักที่ธนาคารกลางใช้กำหนดทิศทางต้นทุนการเงินในระบบ) แบบไม่คาดคิดลงมาที่ 1.50% ในเดือนมีนาคม ทำให้เป็นธนาคารกลางรายใหญ่รายแรกที่ผ่อนคลายนโยบาย ความต่างของนโยบายดอกเบี้ย (policy divergence คือการที่ธนาคารกลางแต่ละประเทศเดินนโยบาย “คนละทิศทาง” จนทำให้กระแสเงินทุนและค่าเงินเปลี่ยน) จึงเอื้อให้ดอลลาร์แข็งค่าเหนือฟรังก์สวิสอย่างชัดเจน
แทนที่จะทดสอบจุดต่ำสุด ล่าสุด USD/CHF ซื้อขายยืนเหนือ 0.9100 อย่างแข็งแกร่ง ซึ่งเป็นระดับที่ไม่เห็นมาหลายเดือน ขณะเดียวกัน เงินเฟ้อสหรัฐยังลดลงช้า โดยข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index: CPI คือมาตรวัดการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคจ่าย) ล่าสุดยังสูงกว่า 3% ภาวะ “ดื้อด้าน” ของเงินเฟ้อ (sticky inflation คือเงินเฟ้อที่ลงยากและค้างอยู่ในระดับสูง) ทำให้เฟดไม่อยากรีบลดดอกเบี้ยเร็วอย่างที่ตลาดเคยคาด
ส่วน “ค่าชดเชยความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์” (geopolitical risk premium คือส่วนเพิ่มของราคา/ผลตอบแทนที่ตลาดเรียกร้องเพื่อชดเชยความไม่แน่นอนจากความขัดแย้ง) ที่เคยคาดว่าจะลดลงในปี 2025 กลับมาอีกครั้งจากความขัดแย้งต่อเนื่องและปัญหาการขนส่งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ความต้องการถือดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (safe-haven demand คือแรงซื้อสินทรัพย์ที่มักถูกมองว่าปลอดภัยในช่วงความเสี่ยงสูง) เพิ่มขึ้น ตรงข้ามกับที่เคยคาดไว้ ขณะเดียวกัน ความผันผวนคาดการณ์ล่วงหน้า 1 เดือน (one-month implied volatility คือระดับความผันผวนที่ “ตลาดคาด” จากราคาสัญญาออปชัน ไม่ใช่ความผันผวนที่เกิดขึ้นจริง) ของ USD/CHF ลดลงต่ำกว่า 7% สะท้อนว่าตลาดอาจประเมินความเสี่ยงของการปรับขึ้นต่อไว้ต่ำเกินไป