ข้อมูลการค้าของจีนเดือนมีนาคมออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดเล็กน้อย การส่งออกอ่อนแอกว่าคาด ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้นแรง ทำให้ “ดุลการค้าเกินดุล” (มูลค่าส่งออกมากกว่านำเข้า) แคบลง
การนำเข้าเพิ่มขึ้น 27.8% เมื่อเทียบรายปี (year-on-year: เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) ส่วนเกินดุลการค้าลดลง แต่ยังอยู่ในระดับสูงที่ 51.1 พันล้านดอลลาร์
Current Account Balance Update
“ดุลบัญชีเดินสะพัด” (current account: สรุปรายรับ-รายจ่ายจากการค้าสินค้า/บริการ รายได้ และเงินโอนระหว่างประเทศ) ของจีนในไตรมาส 1 เมื่อเทียบกับ GDP (ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ) คาดว่าลดลงเล็กน้อยจากไตรมาส 4 โดยไตรมาส 4 ทำระดับสูงสุดในรอบหลายปีที่ 4.9%
เงินหยวน (renminbi/CNY) แข็งค่าขึ้นเทียบดอลลาร์สหรัฐ แม้ดุลการค้าจะอ่อนลง โดย USD/CNY (อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์/หยวน) ซื้อขายต่ำกว่า 6.82 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบมากกว่า 3 ปี
ตั้งแต่ต้นเดือน ค่า CNY แข็งค่ากว่า 1% เทียบ USD
ย้อนกลับไปช่วงเดียวกันปีก่อน ข้อมูลการค้าของจีนสะท้อนว่าเกินดุลแคบลงจากการนำเข้าที่พุ่งแรง แม้เป็นเช่นนั้น เงินหยวนกลับแข็งค่าต่อดอลลาร์ โดย USD/CNY ลดลงต่ำกว่า 6.82 ทั้งที่ความไม่แน่นอนในตลาดโลกเพิ่มขึ้น
Market Implications For The Yuan
ภาพในวันนี้ต่างออกไป และมีโอกาสรูปแบบใหม่ ข้อมูลล่าสุดของเดือนมีนาคม 2026 ระบุว่าเกินดุลการค้าของจีนขยายเป็น 58.55 พันล้านดอลลาร์ แต่เกิดจากการส่งออกที่ลดลงแรง 7.5% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสะท้อนอุปสงค์โลก (ความต้องการซื้อทั่วโลก) ที่อ่อนตัว ต่างจากปีก่อน เงินหยวนไม่ได้แข็งค่า โดย USD/CNY อยู่สูงกว่ามากแถว 7.23
สิ่งนี้ชี้ว่าตลาดให้น้ำหนักกับแรงกดดันเศรษฐกิจในประเทศจีน และ “ความแตกต่างของนโยบาย” (policy divergence: ทิศทางนโยบายการเงิน/ดอกเบี้ยของสองประเทศไม่เหมือนกัน) ระหว่างจีนกับสหรัฐมากขึ้น โดยยังมีแรงกดดันเงินฝืด (deflation: ระดับราคาสินค้าและบริการโดยรวมลดลงต่อเนื่อง) และภาคอสังหาริมทรัพย์ที่อ่อนแอ กดดันความเชื่อมั่น และเอื้อต่อเงินทุนไหลออก (capital outflows: เงินลงทุนย้ายออกนอกประเทศ) ซึ่งต่างจากปีก่อนที่ความคาดหวังเชิงบวกหลังเปิดประเทศช่วยพยุงค่าเงิน
ภายใต้บริบทนี้ ผู้ลงทุนควรพิจารณากลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์หากหยวนอ่อนค่าต่อดอลลาร์ เช่น ซื้อ “คอลออปชัน” USD/CNY (call option: สิทธิในการซื้ออัตราแลกเปลี่ยนที่ราคาที่กำหนด) หรือทำสัญญาฟอร์เวิร์ดฝั่ง Long (forward contract: สัญญาตกลงแลกเปลี่ยนเงินตราในอนาคตที่อัตราที่กำหนด) เพื่อรับแนวโน้มดังกล่าวในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แรงกดดันต่อหยวนทำให้ทิศทางนี้มีโอกาสมากกว่าการกลับไปแข็งค่าเหมือนปีก่อน
อีกแนวทางคือเทรด “ความผันผวน” (volatility: การแกว่งตัวของราคา) เพราะธนาคารกลางจีน (PBoC) มีแนวโน้มเข้าแทรกแซง (intervene: เข้าดูแลตลาด) เพื่อไม่ให้ค่าเงินอ่อนค่าลงแบบไร้ระเบียบ การแทรกแซงอาจทำให้ราคาผันผวนแรงระยะสั้น กลยุทธ์ถือความผันผวน เช่น “สแตรดเดิล” (straddle: ซื้อออปชันทั้งฝั่งขึ้นและลงเพื่อหวังกำไรจากการแกว่งแรง) อาจทำกำไรได้ สำหรับผู้ที่มีการลงทุนในสินทรัพย์จีนอยู่แล้ว การป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน (hedging: ลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน) ด้วยการซื้อ “พุทออปชัน” บนหยวน (put option: สิทธิในการขายที่ราคาที่กำหนด) มีความสำคัญมากขึ้น