การส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซถูกรบกวนอย่างหนักจากความขัดแย้ง บาห์เรน คูเวต และกาตาร์ได้รับผลกระทบมากที่สุด ขณะที่ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สามารถเลี่ยงช่องแคบได้ แต่ทำได้เพียงบางส่วนและปริมาณจำกัด
ราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้นอาจช่วยชดเชยบางส่วนให้ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และโอมาน แม้ปริมาณส่งออกจะลดลง การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งเป็นปัจจัยสำคัญในการฟื้นการไหลของการขนส่งน้ำมัน
เพราะธุรกิจน้ำมันและก๊าซเป็นสัดส่วนใหญ่ของเศรษฐกิจอ่าวอาหรับ คาดว่า GDP (ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือมูลค่ารวมของการผลิตในประเทศ) ของภูมิภาคจะหดตัวปีนี้ ภาคท่องเที่ยว ขนส่ง และอสังหาริมทรัพย์ก็ถูกกดดันเช่นกัน
สภาพเศรษฐกิจมหภาค (ภาพรวมเศรษฐกิจ เช่น การเติบโต เงินเฟ้อ การคลัง) ในอ่าวอาหรับยังแข็งแกร่ง โดยมีแรงหนุนจากกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (sovereign wealth funds: กองทุนที่รัฐนำเงินสำรอง/รายได้จากทรัพยากรไปลงทุน) ขนาดใหญ่ เงินสำรองเหล่านี้คาดว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจรับแรงกระแทกได้
ระยะสั้น รัฐบาลอาจปรับงบไปเน้นช่วยเหลือในประเทศมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้เงินลงทุนจากต่างชาติชะลอลง เพราะความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical risk: ความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศที่กระทบเศรษฐกิจ/ตลาด) ยังอยู่ในระดับสูง
จากการรบกวนช่องแคบฮอร์มุซที่ยังต่อเนื่อง เรามองว่าความผันผวนสูงในตลาดพลังงานเปิดโอกาสให้ผู้เทรดอนุพันธ์ (derivatives: สัญญาการเงินที่อ้างอิงราคาสินทรัพย์ เช่น น้ำมัน หุ้น) โดยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (futures: สัญญาตกลงซื้อขายในอนาคต) น้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude: ราคามาตรฐานน้ำมันดิบอ้างอิงตลาดโลก) ซื้อขายเหนือ 115 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สะท้อน “ช็อกด้านอุปทาน” (supply shock: อุปทานลดลงฉับพลัน) ที่ทำให้กำลังส่งออกหายไปเกือบ 18 ล้านบาร์เรลต่อวัน เราเห็นว่าการใช้กลยุทธ์ออปชันที่กำหนดความเสี่ยงได้ (defined-risk: รู้ขาดทุนสูงสุดล่วงหน้า) เช่น bull call spread บนสัญญาเบรนท์ เป็นทางเลือกที่เหมาะสมเพื่อรับโอกาสขาขึ้นเพิ่มเติม โดยจำกัดการขาดทุนในกรณีผิดทาง (bull call spread: ซื้อ call ที่ราคาใช้สิทธิหนึ่งและขาย call ที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่า เพื่อลดต้นทุน แต่จำกัดกำไรสูงสุด)
ตลาดกำลังแยกแยะเศรษฐกิจอ่าวอาหรับอย่างชัดเจน โดยให้น้ำหนักกับประเทศที่เลี่ยงช่องแคบได้บางส่วน กลยุทธ์ที่เป็นไปได้ในช่วงไม่กี่สัปดาห์คือ “pair trade” (กลยุทธ์ถือสองฝั่งเพื่อเทียบกัน: ซื้อสินทรัพย์หนึ่งและขายอีกสินทรัพย์หนึ่งพร้อมกัน) เช่น เปิดสถานะซื้อ (long: คาดว่าราคาขึ้น) ฟิวเจอร์สดัชนี Saudi Tadawul All Share Index (TASI: ดัชนีหุ้นรวมตลาดซาอุฯ) เทียบกับเปิดสถานะขาย (short: คาดว่าราคาลง) ดัชนี Kuwait Premier Market Index ข้อมูลสนับสนุนมุมมองนี้ โดยดัชนีคูเวตร่วงมากกว่า 15% ตั้งแต่ต้นปี 2026 ขณะที่ TASI ทรงตัวดีกว่า จากเส้นทางส่งออกทางเลือกของซาอุฯ และอานิสงส์ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น
ความผันผวนโดยนัย (implied volatility: ความผันผวนที่ตลาด “คาด” จากราคาออปชัน) ของออปชันน้ำมันดิบพุ่งขึ้นสู่ระดับที่ไม่เห็นมาหลายปี ทำให้การถือ call หรือ put ตรง ๆ มีต้นทุนแพงมาก (call: สิทธิซื้อในอนาคต, put: สิทธิขายในอนาคต) แม้การขายพรีเมียม (premium: ค่าออปชันที่ผู้ซื้อจ่าย) ที่สูงจะดูน่าสนใจ แต่ความเสี่ยงจากการยกระดับหรือคลี่คลายสถานการณ์แบบฉับพลันทำให้เป็นการเดิมพันที่อันตราย ดังนั้นเราจึงเน้นใช้สเปรด (spread: กลยุทธ์ซื้อมาคู่กับขายเพื่อลดต้นทุน/จำกัดความเสี่ยง) เพื่อลดผลของการเสื่อมค่าตามเวลา (volatility decay/เวลา: มูลค่าออปชันมักลดลงเมื่อเวลาเดินไป) และกดต้นทุนในการเข้าลงทุน