ดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐ (Producer Price Index: PPI หรือดัชนีราคาสินค้า/บริการในระดับผู้ผลิตและค้าส่ง แบบเทียบรายเดือน) อยู่ที่ 0.5% ในเดือนมีนาคม ขณะที่ตลาดคาดไว้ 1.2%
ตัวเลขเดือนมีนาคมต่ำกว่าคาด 0.7 จุดเปอร์เซ็นต์ สะท้อนว่าราคาฝั่งผู้ผลิตปรับขึ้นน้อยกว่าที่ประเมินไว้ในเดือนดังกล่าว
นัยต่อเงินเฟ้อและเฟด
PPI เดือนมีนาคมออกมา 0.5% ต่ำกว่าที่คาด 1.2% มาก บ่งชี้ว่าแรงกดดันเงินเฟ้อในระดับค้าส่งกำลังชะลอลงเร็วกว่าที่คิด และอาจทำให้มุมมองต่อนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve: เฟด) ในการประชุมครั้งถัดไปเปลี่ยนไป
ควรประเมินโอกาสที่เฟดจะ “เข้มงวดน้อยลง” (less hawkish คือโอกาสขึ้นดอกเบี้ยน้อยลง/อาจผ่อนคลายนโยบายมากขึ้น) ซึ่งมักเป็นบวกต่อหุ้น (bullish คือคาดว่าราคามีแนวโน้มขึ้น) กลยุทธ์ที่ใช้ได้คือซื้อออปชันแบบคอล (call option: สิทธิในการซื้อสินทรัพย์ที่ราคาและเวลาที่กำหนด) ระยะใกล้บนดัชนี S&P 500 หรือ Nasdaq 100 เพื่อเก็งกำไรจากแรงรีบาวด์ เครื่องมือ CME FedWatch (ตัวชี้วัดความน่าจะเป็นการขึ้นดอกเบี้ยจากราคาตลาดฟิวเจอร์ส) ระบุว่าโอกาสขึ้นดอกเบี้ยในเดือนพฤษภาคมเหลือราว 15% ลดลงมากจากประมาณ 60% เมื่อสัปดาห์ก่อน
ภาวะนี้ยังมักกดความผันผวนของตลาด (bearish for volatility คือคาดว่าความผันผวนจะลดลง) เพราะความกังวลเงินเฟ้อที่ดื้อด้านลดลง ดัชนี VIX (ดัชนีวัดความผันผวนคาดการณ์ของตลาดหุ้นสหรัฐ หรือ “ดัชนีความกลัว”) อาจอ่อนตัวตาม กลยุทธ์ที่พิจารณาได้คือขายสเปรดคอลบน VIX (call spread: ขาย/ซื้อคอลคนละราคาเพื่อจำกัดความเสี่ยง) หรือซื้อพุตบน VIX (put option: สิทธิในการขาย) เพื่อเดิมพันว่าตลาดจะสงบลง
ความคาดหวังอัตราดอกเบี้ยเปลี่ยนเร็ว โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีลดลง 20 เบซิสพอยต์ (basis point: 0.01%) มาอยู่ที่ 3.95% หากต้องการเล่นทิศทางนี้ต่อ ผู้ใช้ตราสารอนุพันธ์ (derivative: เครื่องมือการเงินที่อิงราคาสินทรัพย์อื่น) อาจพิจารณาซื้อคอลบน ETF พันธบัตรระยะยาวอย่าง TLT (ETF: กองทุนดัชนีซื้อขายในตลาด) สะท้อนความเชื่อว่ารอบขึ้นดอกเบี้ยอาจใกล้จบ
ค่าเงินและการจัดพอร์ตข้ามตลาด
เฟดที่เข้มงวดน้อยลงมักทำให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า โดยเฉพาะเมื่อธนาคารกลางอื่นยังคุมเข้มอยู่ อาจพิจารณาซื้อคอลบนคู่เงิน EUR/USD (คู่เงินยูโรต่อดอลลาร์) หลังธนาคารกลางยุโรป (European Central Bank: ECB) ส่งสัญญาณคุมเข้มต่อเนื่องเมื่อเดือนก่อน ความต่างของนโยบาย (policy divergence: ทิศทางนโยบายต่างกัน) อาจหนุนให้ยูโรได้เปรียบดอลลาร์ในช่วงต่อไป