ค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์ของตัวเลขการเปลี่ยนแปลงการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐจาก ADP (รายงานการจ้างงานภาคเอกชน) เพิ่มขึ้นเป็น 39,000 ตำแหน่ง ณ วันที่ 21 มีนาคม จากเดิม 26,000 ตำแหน่ง
เท่ากับเพิ่มขึ้น 13,000 ตำแหน่งเมื่อเทียบกับก่อนหน้า โดยเป็นข้อมูลของเดือนมีนาคม
สัญญาณแนวโน้มตลาดแรงงาน
ค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์ของการจ้างงานภาคเอกชนขยับขึ้นเป็น 39,000 ตำแหน่ง สะท้อนว่าตลาดแรงงานเริ่ม “แข็งแรงขึ้นเล็กน้อย” แต่ยังไม่ใช่การเติบโตแบบเร่งตัวแรง ภาพรวมยังเป็นการขยายตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป คล้ายเศรษฐกิจที่ยังโตช้า (GDP คือมูลค่าการผลิตรวมของประเทศ) ที่ประมาณ 1.3% ในไตรมาส 1/2025
เมื่อตัวเลขจ้างงานรวมกับเงินเฟ้อที่ยังสูงกว่าเป้าหมายของเฟด (Fed คือธนาคารกลางสหรัฐ) โดยอยู่ที่ 2.7% ทำให้โอกาสที่เฟดจะ “ลดดอกเบี้ย” ในระยะใกล้ลดลง จึงควรระวังการคาดการณ์ว่าดอกเบี้ยจะถูกลดลงเร็วหรือแรงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ภาวะแบบนี้อาจเอื้อกลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยทรงตัวถึงขยับขึ้นเล็กน้อย เช่น การซื้อพุต (put options คือสัญญาให้สิทธิขายในราคา/วันกำหนด) บนฟิวเจอร์สพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Treasury bond futures คือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอ้างอิงราคาพันธบัตร)
สำหรับตลาดหุ้น ตลาดแรงงานที่ทรงตัวโดยพื้นฐานช่วยพยุงกำไรบริษัทได้ จึงสามารถพิจารณาซื้อคอล (call options คือสัญญาให้สิทธิซื้อ) บนดัชนีตลาดกว้างอย่าง S&P 500 โดยเฉพาะช่วงที่ราคาย่อตัวจากความกังวลเรื่องดอกเบี้ย แต่โอกาสปรับขึ้นน่าจะค่อยเป็นค่อยไปมากกว่าพุ่งแรง จึงควรกำหนดราคาใช้สิทธิ (strike price คือราคาที่สิทธิซื้อ/ขายถูกกำหนดไว้) ให้สอดคล้องความเป็นจริง สำหรับสัญญาที่หมดอายุเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน
การที่รายงานการจ้างงานไม่ได้อ่อนแอมาก ช่วยลดความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยรุนแรง ทำให้ความผันผวนตลาดมีแนวโน้มถูกจำกัด โดยล่าสุด VIX (ดัชนีวัดความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐ) แกว่งแถว 15-17 สามารถพิจารณากลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากความนิ่งของตลาด เช่น การขายพุตนอกเงิน (out-of-the-money puts คือพุตที่ราคาใช้สิทธิอยู่ไกลจนยังไม่มีมูลค่าทันที) ในหุ้นที่พื้นฐานดี เพื่อรับค่าเบี้ยประกัน (premium คือเงินที่ผู้ซื้อออปชันจ่ายให้ผู้ขาย) โดยคาดว่าตลาดจะไม่เจอแรงกระแทกใหญ่
ควรพิจารณาการลงทุนรายกลุ่มอุตสาหกรรมด้วย ผู้บริโภคที่ยังใช้จ่ายต่อเนื่องช่วยหนุนหุ้นสินค้าไม่จำเป็น (discretionary คือสินค้าที่ผู้บริโภคเลือกซื้อเมื่อมั่นใจรายได้) ทำให้การซื้อคอลใน ETF (กองทุนดัชนีซื้อขายในตลาด) ที่เน้นผู้บริโภคยังพอเหมาะ ขณะที่กลุ่มไวต่อดอกเบี้ย เช่น สาธารณูปโภคและอสังหาริมทรัพย์ อาจทำผลงานด้อยกว่าหากตลาดลดการคาดหวังการลดดอกเบี้ยของเฟด
การวางสถานะก่อน NFP
รายงาน ADP เป็นข้อมูลสำคัญ แต่ตัวชี้ขาดคือรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-Farm Payrolls: NFP คือข้อมูลจ้างงานทางการของสหรัฐ) ที่กำลังจะประกาศ การเปิดสถานะตอนนี้ควรใช้ขนาดการลงทุนที่เหมาะสม เพราะ NFP อาจยืนยันแนวโน้มนี้หรือออกมาตรงข้ามทั้งหมด จึงต้องพร้อมปรับแผนก่อนประกาศดังกล่าว