ราคาทองคำทรงตัวหลังอ่อนตัวช่วงต้น โดยการเคลื่อนไหวของราคายังได้แรงพยุงจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ (ความตึงเครียดระหว่างประเทศที่อาจกระทบเศรษฐกิจและตลาด) และอุปสงค์เชิงโครงสร้าง (ความต้องการระยะยาวจากปัจจัยพื้นฐาน เช่น การซื้อของธนาคารกลาง) ในระยะสั้นคาดว่าราคาจะเคลื่อนไหวตามข่าวการหยุดยิง (ceasefire: ข้อตกลงหยุดการสู้รบชั่วคราว) และบรรยากาศความเสี่ยงในตลาดโดยรวม (risk sentiment: ระดับการยอมรับความเสี่ยงของนักลงทุน)
ทองคำลงไปแตะ 4,645 ก่อนฟื้นตัวในช่วงตลาดนิวยอร์ก และล่าสุดอยู่แถว 4,720 โมเมนตัมบนกราฟรายวันยังเป็นขาขึ้น ขณะที่ RSI (ดัชนีวัดแรงซื้อแรงขาย เพื่อดูว่าราคา “ร้อนแรง” หรือ “อ่อนแรง” เกินไป) ชะลอลง สะท้อนความเสี่ยงได้ทั้งขึ้นและลง
Key Support And Resistance Levels
แนวรับสำคัญอยู่ที่ 4,670 สอดคล้องกับเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 21 วันและ 100 วัน (moving average: ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง ใช้ดูแนวโน้ม) และระดับฟีโบนัชชี 38.2% (Fibonacci level: ระดับสัดส่วนที่นักลงทุนใช้ประเมินจุดย่อ/ดีดของราคา) แนวต้านอยู่ที่ 4,850 ซึ่งเป็นระดับฟีโบนัชชี 50% ของช่วงปรับลงจากจุดสูงสุดปี 2026 ไปจุดต่ำสุด และที่ 4,915 ใกล้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน
แม้ความเชื่อมั่นอ่อนลงจากการที่ช่วงสุดสัปดาห์ยังไม่มีข้อตกลง แต่การซื้อของธนาคารกลางยังดำเนินต่อไป แม้ปริมาณอาจเปลี่ยนแปลงในแต่ละเดือน แรงซื้อส่วนนี้มาจากการกระจายความเสี่ยงของทุนสำรอง (diversification: ลดการพึ่งพาสินทรัพย์ประเภทเดียว) และการใช้ทองคำเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง (hedge: ถือเพื่อลดผลกระทบจากความผันผวน) จากภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนด้านนโยบาย
แนวทางที่วางไว้ให้น้ำหนัก “ซื้อเมื่อย่อตัว” มากกว่าตามซื้อเมื่อราคาไล่ขึ้น โดยยังต้องจับตาความคืบหน้าเรื่องหยุดยิง ขณะเดียวกันทิศทางยังกำหนดโดยสภาวะความเสี่ยงของตลาดกว้าง
ทองคำเริ่มตั้งฐานใกล้ระดับ 4,720 แต่ไม่ควรไล่ซื้อในจังหวะที่แข็งขึ้น กลยุทธ์ที่เหมาะคือรอซื้อเมื่ออ่อนตัว เพราะแรงหนุนระยะยาวจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และการซื้อของธนาคารกลางยังแข็งแรง แนวทางแบบระมัดระวังนี้เหมาะสมเมื่อข่าวหยุดยิงอาจทำให้ราคาแกว่งได้สองทาง
Options And Futures Positioning
การกระจายความเสี่ยงของธนาคารกลางเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยสภาทองคำโลก (World Gold Council) รายงานว่าช่วงไตรมาส 1 ปี 2026 ยอดซื้อสุทธิทั่วโลกอยู่ที่ 45 ตัน ธนาคารกลางจีน (People’s Bank of China) เป็นผู้ซื้อรายเด่น เพิ่มอีก 10 ตันในเดือนมีนาคม ต่อเนื่องหลายเดือน แรงซื้อพื้นฐานนี้ช่วยรองรับราคา
สำหรับผู้เทรดออปชัน (options: สัญญาที่ให้ “สิทธิ” ซื้อหรือขายที่ราคาและเวลาที่กำหนด) อาจพิจารณาขายพุทแบบมีเงินค้ำ (cash-secured puts: ขายสิทธิขายโดยกันเงินสดไว้เผื่อถูกใช้สิทธิ) หรือทำสเปรดพุทฝั่งขาขึ้น (bull put spread: ขายพุทที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่าและซื้อพุทที่ต่ำกว่า เพื่อลดความเสี่ยง) โดยเลือกราคาใช้สิทธิใกล้แนวรับ 4,670 วิธีนี้ช่วยรับพรีเมียม (premium: ค่าตอบแทนที่ได้จากการขายออปชัน) ระหว่างรอราคาย่อ และกำหนดความเสี่ยงหากราคาเคลื่อนไหวผิดทาง สอดคล้องกับแนวคิด “ซื้อเมื่ออ่อนตัว”
หากใช้ฟิวเจอร์ส (futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีภาระผูกพัน) ควรเลี่ยงเปิดสถานะซื้อ (long: ได้ประโยชน์เมื่อราคาขึ้น) ในตอนนี้ และใช้คำสั่งลิมิต (limit order: ตั้งราคาที่ต้องการให้ระบบส่งคำสั่งเมื่อถึงราคา) ใกล้โซนแนวรับ 4,670 มากกว่า แนวต้าน 4,850 และ 4,915 ควรมองเป็นเป้าทยอยทำกำไร ไม่ใช่จุดไล่เข้าซื้อแบบหวังทะลุแนวต้าน กลยุทธ์นี้ช่วยลดโอกาสเจอการกลับตัวจากภาวะซื้อมากเกินไป (overbought: ราคาแรงจนเสี่ยงย่อ)
การเจรจาหยุดยิงที่ยังเปราะบางทำให้ความเสี่ยงจากพาดหัวข่าว (headline risk: ราคาผันผวนจากข่าวฉับพลัน) อาจกระตุ้นให้เกิดการย่อตัวตามที่ต้องการ โดยดูได้จากปฏิกิริยาตลาดช่วงปัญหาห่วงโซ่อุปทานปลายปี 2025 ที่เงินทุนไหลเข้าทองคำอย่างรวดเร็วในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง การเตรียมพร้อมรอซื้อเมื่อย่ออาจเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุด