รายงานของนิวยอร์กไทมส์ระบุว่า เจ้าหน้าที่อิหร่านเสนอให้ “หยุด” การเสริมสมรรถนะยูเรเนียม (uranium enrichment: กระบวนการเพิ่มสัดส่วนยูเรเนียม-235 เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ และอาจนำไปสู่การทำอาวุธได้) นานสูงสุด 5 ปี ระหว่างการเจรจาช่วงสุดสัปดาห์กับสหรัฐฯ ในปากีสถาน รายงานระบุว่า คณะเจรจาฝั่งสหรัฐฯ นำโดยรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ปฏิเสธข้อเสนอ และผลักดันให้ระงับนาน 20 ปี
ในการให้สัมภาษณ์กับ Fox News แยกต่างหากในวันเดียวกัน แวนซ์ไม่ได้กล่าวถึงข้อเสนอ 5 ปีตามรายงาน เขาระบุว่า อิหร่านต้องยุติความพยายามด้านนิวเคลียร์ และต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: เส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์สำหรับขนส่งน้ำมัน) อีกครั้ง เป็นเงื่อนไขที่ “ต่อรองไม่ได้”
โอกาสทำกำไรฝั่งขาขึ้นของน้ำมัน
การเจรจาที่สะดุดสะท้อนความตึงเครียดที่ยังยืดเยื้อ และทำให้ “พรีเมียมความเสี่ยง” ในน้ำมันดิบ (risk premium: ส่วนเพิ่มของราคาเพื่อชดเชยความไม่แน่นอน/ความเสี่ยง) มีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง โดยเบรนท์ (Brent crude: ราคามาตรฐานอ้างอิงน้ำมันดิบในตลาดโลก) เพิ่มแล้ว 7% เดือนนี้ มาอยู่เหนือ 98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จึงควรพิจารณาซื้อคอลออปชัน (call options: สิทธิในการซื้อสินทรัพย์ที่ราคาและเวลาที่กำหนด) บนสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมัน (oil futures: สัญญาตกลงซื้อ/ขายน้ำมันในอนาคตที่ราคากำหนด) เพื่อทำกำไรหากราคาพุ่งขึ้นต่อ กลยุทธ์นี้ช่วยรับโอกาสเมื่อความเสี่ยงด้านการทูตทำให้ราคาเร่งตัว
ประเด็นถัดไปคือความผันผวนทั้งตลาด เพราะความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical uncertainty: ความเสี่ยงจากเหตุการณ์การเมืองระหว่างประเทศ) มักกดดันความเชื่อมั่นนักลงทุน ดัชนี VIX (VIX: ดัชนีความกลัวของตลาด วัดความผันผวนที่คาดการณ์ของ S&P 500) อยู่แถว 26 สะท้อนความกังวลสูงกว่าช่วงที่สงบนิ่งในปี 2025 เรามองว่าการซื้อคอลออปชันบน VIX หรือออปชันบน ETP ความผันผวน (volatility ETPs: ตราสารที่ซื้อขายในตลาดคล้าย ETF/ETN ที่อ้างอิงความผันผวน) เป็นการป้องกันความเสี่ยงโดยตรง หากตลาดหุ้นปรับลงจากการเจรจาที่ยังไม่จบ
การกล่าวถึงช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งก่อนปิดปลายปีก่อนมีน้ำมันผ่านเกือบ 21 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทำให้เกิด “ดีลได้-เสียชัดเจน” (binary trade: ผลลัพธ์มีสองทางหลักๆ) หากมีข้อตกลงแบบเหนือความคาดหมาย หุ้นกลุ่มเดินเรือและเรือบรรทุกน้ำมันอาจพุ่งแรง ทำให้คอลออปชันอายุยาว (long-dated call options: ออปชันที่มีวันหมดอายุไกล) น่าสนใจแต่ความเสี่ยงสูง ตรงข้ามกัน หากยังทางตัน ค่าระวางขนส่งโลก (global freight costs: ต้นทุนขนส่งสินค้า/พลังงานทางเรือ) มีแนวโน้มสูงต่อ และยิ่งเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ
เรามองว่าเงินเฟ้อจากพลังงานที่ยืดเยื้อเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นโดยรวม เพราะต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นอาจบีบอัตรากำไรบริษัท และลดการใช้จ่ายผู้บริโภค ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อ S&P 500 ดังนั้น การซื้อพุทออปชัน (put options: สิทธิในการขายเพื่อลดความเสี่ยงขาลง) บนดัชนี เช่น SPY (SPY: กองทุน ETF ที่อ้างอิงดัชนี S&P 500) สามารถเป็นเกราะคุ้มกันพอร์ตในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า