ราคาทองคำในซาอุดีอาระเบียปรับขึ้นในวันอังคาร ตามข้อมูลที่ FXStreet รวบรวม โดยทองคำอยู่ที่ 575.95 ริยัลซาอุฯ ต่อกรัม เพิ่มขึ้นจาก 572.25 ริยัลซาอุฯ ในวันจันทร์
ทองคำเพิ่มขึ้นเป็น 6,717.77 ริยัลซาอุฯ ต่อโทลา จาก 6,674.58 ริยัลซาอุฯ เมื่อวันก่อนหน้า ราคาอื่น ๆ ที่ระบุคือ 5,759.50 ริยัลซาอุฯ ต่อ 10 กรัม และ 17,914.00 ริยัลซาอุฯ ต่อทรอยออนซ์ (หน่วยชั่งน้ำหนักโลหะมีค่า)
ภาพรวมราคาทองคำในซาอุดีอาระเบีย
FXStreet แปลงราคาทองคำโลกเป็นเงินริยัลซาอุฯ โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์สหรัฐ/ริยัลซาอุฯ (USD/SAR) และหน่วยชั่งน้ำหนักในประเทศ โดยอัปเดตราคาวันละครั้ง ณ เวลาที่เผยแพร่ ข้อมูลนี้ใช้เป็นราคาอ้างอิง เพราะราคาหน้าร้านอาจต่างกัน
ธนาคารกลาง (หน่วยงานการเงินของรัฐที่ดูแลนโยบายการเงินและเงินสำรองระหว่างประเทศ) เป็นผู้ถือครองทองคำมากที่สุด โดยในปี 2022 ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อเพิ่ม 1,136 ตัน คิดเป็นมูลค่าราว 70,000 ล้านดอลลาร์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในหนึ่งปี
ราคาทองคำมักเคลื่อนไหวสวนทางกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasuries: ตราสารหนี้ของรัฐบาลสหรัฐ) และอาจเคลื่อนไหวสวนทางกับสินทรัพย์เสี่ยง (เช่น หุ้น) ได้ด้วย ราคาทองคำอาจเปลี่ยนตามความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ความกังวลเศรษฐกิจถดถอย อัตราดอกเบี้ย และค่าเงินดอลลาร์ เพราะทองคำซื้อขายกันด้วยดอลลาร์ โดยสัญลักษณ์ XAU/USD คือ “ราคาทองคำเทียบดอลลาร์” (XAU หมายถึงทองคำ)
ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดและกลยุทธ์
การปรับขึ้นครั้งนี้เกิดขึ้นแม้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คงอัตราดอกเบี้ย ซึ่งโดยปกติจะกดดันราคาทอง อย่างไรก็ดี ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนมีนาคม 2026 จากสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ (BLS: หน่วยงานรัฐที่รายงานข้อมูลเศรษฐกิจ) ยังอยู่ในระดับสูงที่ 3.9% ทำให้ตลาดคาดว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยต่อได้ยาก เพราะเสี่ยงทำให้เศรษฐกิจถดถอย ภาวะนี้มักเอื้อต่อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ “ไม่มีดอกผล” (ถือแล้วไม่ได้ดอกเบี้ย)
แรงหนุนสำคัญยังมาจากการซื้อทองอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลาง โดยแนวโน้มนี้เร่งขึ้นหลังการซื้อทำสถิติในปี 2022 ข้อมูลเบื้องต้นไตรมาส 1 ปี 2026 ของสภาทองคำโลก (World Gold Council: องค์กรที่สรุปข้อมูลและแนวโน้มตลาดทอง) ระบุว่ามีการเพิ่มทองเข้าทุนสำรองทางการอีก 290 ตัน โดยธนาคารกลางจีน (People’s Bank of China) เป็นส่วนสำคัญ ความต้องการจากสถาบันขนาดใหญ่ลักษณะนี้ช่วยพยุงราคาและดูดซับแรงขายเมื่อราคาย่อตัว
สำหรับผู้ลงทุนในตลาดอนุพันธ์ (สัญญาทางการเงินที่อ้างอิงราคาสินทรัพย์ เช่น ฟิวเจอร์สและออปชัน) แนวทางที่สอดคล้องคือใช้ออปชันเพื่อรับมือกับราคาที่สูงและความผันผวนที่คาดว่าจะมากขึ้นในช่วงถัดไป การซื้อคอลออปชัน (call option: สิทธิในการซื้อสินทรัพย์ที่ราคาและเวลาที่กำหนด) หรือทำคอลสเปรด (call spread: กลยุทธ์ใช้ออปชัน 2 สัญญาเพื่อลดต้นทุนและจำกัดความเสี่ยง) ช่วยให้มีโอกาสได้ประโยชน์หากราคาขึ้นต่อ โดยกำหนดความเสี่ยงได้ชัดเจน นอกจากนี้ควรติดตามความสัมพันธ์ที่มักเคลื่อนไหวสวนทางกับดัชนี S&P 500 (ดัชนีหุ้นสหรัฐขนาดใหญ่) ซึ่งช่วงหลังอ่อนแรง ลดลง 4% ในรอบเดือน และอาจบ่งชี้ว่าเงินอาจไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น รวมถึงโลหะมีค่า