NZD/USD ปรับขึ้นในวันจันทร์ที่ 13 เมษายน กลับเข้าใกล้ระดับ 0.5880 หลังดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่ากว้างทั้งกระดาน (ดอลลาร์อ่อนเมื่อเทียบกับหลายสกุลเงิน) กลายเป็นปัจจัยหลักของการซื้อขาย การปรับขึ้นครั้งนี้เกิดจากดอลลาร์ที่อ่อนลงมากกว่าปัจจัยภายในนิวซีแลนด์
มีรายงานว่าการเจรจาอิหร่าน–สหรัฐล้มเหลว และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งกองทัพเรือสหรัฐไปปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก) ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังเป็นประเด็นหลัก โดยตลาดจับตาช่องแคบดังกล่าว และสัญญาณทางการทูตจากอิหร่านที่ออกมาไม่ชัดเจน
ความต้องการถือดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยลดลง
แม้มีความตึงเครียด แต่ดอลลาร์สหรัฐกลับพยุงตัวจากแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (safe haven: สินทรัพย์ที่นักลงทุนมักซื้อเมื่อกลัวความเสี่ยง) ได้ไม่มาก กระแสเงินในตลาดไหลออกจากดอลลาร์ หลังตลาดลดการถือดอลลาร์ที่เคยเพิ่มขึ้นเพราะกังวลความเสี่ยง
ย้อนดูเมษายนปีก่อน ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าแม้เผชิญความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์สูงในตะวันออกกลาง ตลาดลดน้ำหนักการซื้อดอลลาร์เพื่อความปลอดภัย ส่งให้ NZD/USD ขยับขึ้น สะท้อนว่าตลาดให้น้ำหนักข้อมูลเศรษฐกิจพื้นฐานมากกว่าข่าวเสี่ยงรายวัน
แนวโน้มนี้เด่นชัดขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา ข้อมูลล่าสุดเดือนมีนาคม 2026 ชี้ว่าเงินเฟ้อพื้นฐานของสหรัฐ (core inflation: เงินเฟ้อที่ตัดหมวดผันผวนอย่างอาหารและพลังงานออก) ชะลอลงเล็กน้อยสู่ 2.8% ทำให้โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed) จะลดดอกเบี้ยปลายปีนี้เพิ่มขึ้น ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index: ค่าเงินดอลลาร์เทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก เรียกย่อว่า DXY) จึงยังถูกกดไว้ และยืนเหนือ 103.00 ได้ยาก
ด้านธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (Reserve Bank of New Zealand: RBNZ) ส่งสัญญาณจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (official cash rate: ดอกเบี้ยอ้างอิงหลักของระบบการเงิน) ไว้ที่ 5.5% ตลอดครึ่งหลังของปี 2026 เพื่อสกัดแรงกดดันด้านราคาภายในประเทศที่ยังสูง ช่องว่างนโยบายการเงินที่กว้างขึ้นระหว่างสองธนาคารกลาง (policy divergence: ทิศทางดอกเบี้ยสวนทางกัน) จึงเป็นเหตุผลเชิงพื้นฐานที่หนุนค่าเงินนิวซีแลนด์ ขณะที่ราคานมโลกเพิ่มขึ้น 3.5% ตั้งแต่เดือนมกราคม 2026 ยังช่วยหนุนเศรษฐกิจนิวซีแลนด์โดยตรง
การวางสถานะในออปชันเพื่อโอกาสขึ้นต่อ
สำหรับผู้เทรดอนุพันธ์ (derivatives: สัญญาการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง) ภาวะนี้เอื้อต่อการวางกลยุทธ์ลุ้น NZD/USD ขึ้นต่อ โดยอาจพิจารณาซื้อคอลออปชัน (call options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อในอนาคต) ที่ราคาใช้สิทธิ (strike price: ราคาที่ตกลงซื้อ/ขายในสัญญา) สูงกว่าราคาปัจจุบัน และตั้งเป้าบริเวณ 0.6200 พร้อมอายุมิถุนายนหรือกรกฎาคม กลยุทธ์นี้จำกัดความเสี่ยงไว้ชัดเจน (fixed-risk: ขาดทุนสูงสุดจำกัดอยู่ที่ค่าเบี้ย) และเปิดโอกาสรับกำไรหากค่าเงินปรับขึ้นต่อ
ความผันผวนโดยนัย (implied volatility: ความผันผวนที่ตลาดสะท้อนผ่านราคาพรีเมียมออปชัน) ของ NZD/USD อยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 12 เดือน แถว 8.9 ทำให้กลยุทธ์ถือออปชันฝั่งซื้อ (long options: จ่ายค่าเบี้ยเพื่อได้สิทธิ) เช่น ซื้อคอล หรือทำสเปรดคอลขาขึ้น (bull call spread: ซื้อคอลราคาใช้สิทธิต่ำและขายคอลราคาใช้สิทธิสูงเพื่อลดต้นทุน) มีต้นทุนไม่สูง ความผันผวนต่ำบ่งชี้ว่าตลาดไม่ได้ให้ราคากับเหตุการณ์ช็อกขนาดใหญ่ จึงเป็นช่วงที่เหมาะกับการวางเดิมพันตามทิศทางราคา