USD/JPY ซื้อขายใกล้ 159.70 ในวันอังคาร เพิ่มขึ้น 0.27% หลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ เคลื่อนไหวเพื่อ “ปิดกั้นการสัญจร” ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งทำให้ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น และคู่เงินมีทิศทางค่อนข้างทรงตัว
เงินเยนจำกัดการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ จากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย (safe-haven flows: เงินไหลไปสินทรัพย์ที่มองว่าปลอดภัยในช่วงไม่แน่นอน) อย่างไรก็ดี ญี่ปุ่นพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน จึงเสี่ยงหากราคาน้ำมันทรงตัวสูง
ช็อกราคาน้ำมัน และความเสี่ยงที่การลดดอกเบี้ยถูกเลื่อน
ดอลลาร์สหรัฐได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ทำให้ตลาดกังวลว่าเงินเฟ้ออาจลดลงช้า ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve: ธนาคารกลางของสหรัฐฯ) เลื่อนการลดอัตราดอกเบี้ยออกไป อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasury yields: ผลตอบแทนที่นักลงทุนได้จากการถือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ) และตลาดหุ้นยังทรงตัวแข็งแกร่ง
ในกราฟ 4 ชั่วโมง USD/JPY อยู่ที่ 159.74 และยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่าย (SMA: ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง ใช้ดูแนวโน้ม) ระยะ 20 งวดและ 100 งวด ที่ 159.09 และ 159.26 แนวใกล้เคียงที่ 159.73 และ 159.57 เป็นฐานรองรับ ขณะที่ RSI ใกล้ 62 ชี้ขึ้นโดยยังไม่เข้าเขตซื้อมากเกินไป (overbought: ราคาปรับขึ้นเร็วและแรงจนมีโอกาสพักตัว)
แนวรับอยู่ที่ 159.73 จากนั้น 159.57 และ 159.51 โดยมีแรงซื้อก่อนหน้าและเส้น SMA ช่วยพยุง แนวต้านอยู่ที่ 159.86 และหากผ่านได้อาจต่อยอดการปรับขึ้นระยะสั้น
ความเสี่ยงด้านพลังงานของญี่ปุ่น และกลยุทธ์ออปชัน
สำหรับญี่ปุ่น สถานการณ์ยิ่งกดดัน เพราะนำเข้าน้ำมันดิบมากกว่า 95% และส่วนใหญ่มาจากตะวันออกกลาง หากราคาน้ำมันพุ่งต่อเนื่องจะกระทบเสถียรภาพเศรษฐกิจโดยตรง และกดดันเงินเยนให้อ่อนลง แม้โดยปกติช่วงความเสี่ยงสูงเงินเยนมักแข็งค่า นี่เป็นเหตุผลที่แม้มีปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ เงินเยนยังแข็งค่าเทียบดอลลาร์ได้จำกัด
ขณะเดียวกัน ดอลลาร์ยังได้แรงเสริมจากราคาน้ำมันที่สูง ซึ่งเสี่ยงทำให้เงินเฟ้อ “เหนียว” (sticky inflation: เงินเฟ้อลดลงยาก อยู่สูงนาน) ส่งผลให้โอกาสที่เฟดจะลดดอกเบี้ยอาจถูกเลื่อนออกไป ความต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐฯ กับญี่ปุ่น (interest rate differential: ช่องว่างดอกเบี้ยที่ทำให้เงินไหลไปสกุลที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า) จึงยังเป็นแรงขับสำคัญที่ทำให้ USD/JPY มีแนวโน้มสูงขึ้น
เมื่อเข้าใกล้ระดับ 160.00 ตลาดยังจับตาความเสี่ยงการแทรกแซงค่าเงินในอดีตจากกระทรวงการคลังญี่ปุ่น (การแทรกแซง: หน่วยงานรัฐเข้าซื้อ/ขายสกุลเงินเพื่อชะลอความผันผวน) ซึ่งเคยทำให้ราคาย่อตัวแรงและรวดเร็ว ความเสี่ยงจากการขายโดยภาครัฐจึงเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับผู้ที่ถือสถานะซื้อ (long position: คาดว่าราคาจะขึ้น) ในคู่เงินนี้ โดยการเคลื่อนไหวเหนือ 160 จะถูกจับตาอย่างใกล้ชิด
เพื่อลดความเสี่ยงกลับตัวฉับพลัน กลยุทธ์หนึ่งคือซื้อคอลออปชัน (call options: สิทธิในการซื้อคู่เงินที่ราคากำหนดภายในเวลาที่กำหนด) บน USD/JPY ซึ่งเปิดโอกาสรับกำไรหากราคาทะลุขึ้น ขณะเดียวกันจำกัดการขาดทุนไว้ที่ “ค่าเบี้ย” (premium: เงินที่จ่ายเพื่อซื้อออปชัน) หากเกิดการแทรกแซง วิธีนี้ช่วยมองบวกต่อปัจจัยพื้นฐานโดยไม่ต้องรับความเสี่ยงไม่จำกัดเหมือนซื้อขายตลาดสปอตหรือฟิวเจอร์ส (spot/futures: ซื้อขายราคาปัจจุบัน/สัญญาราคาล่วงหน้า)
อีกทางเลือกสำหรับผู้ที่คาดว่าจะเกิดการเคลื่อนไหวใหญ่แต่ไม่มั่นใจทิศทาง คือซื้อสแตรงเกิลหรือสแตรดเดิล (strangle/straddle: กลยุทธ์ซื้อออปชันทั้งฝั่งขึ้นและลง เพื่อทำกำไรจากความผันผวน) กลยุทธ์นี้ได้ประโยชน์หากราคาทะลุกรอบแรงทั้งสองทาง ไม่ว่าจะพุ่งผ่าน 160 หรือร่วงแรงจากการแทรกแซง