EUR/USD ปรับลงจากจุดสูงสุดสัปดาห์ก่อนใกล้ 1.1740 ในวันจันทร์ แต่ยังยืนเหนือ 1.1670 และเคลื่อนไหวต่ำกว่า 1.1700 เล็กน้อย คู่เงินเด้งกลับจากจุดต่ำช่วงเช้าในตลาดเอเชียแถว 1.1670
ราคาน้ำมันปรับขึ้นหลังการเจรจาสหรัฐ–อิหร่านล้มเหลว และสหรัฐระบุว่าจะปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งหนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ การอ่อนค่าของยูโรจึงถูกจำกัด โดยน้ำมันดิบเบรนท์ซื้อขายเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเล็กน้อย และ EUR/USD ลดลงต่ำกว่า 1.17
โฟกัสตลาดและปัจจัยขับเคลื่อนระยะสั้น
ปฏิทินข้อมูลเศรษฐกิจวันนี้เบาบาง ดังนั้นข่าวจากอิหร่านอาจยังเป็นตัวขับเคลื่อนราคา วันอังคารตลาดจับตาประธาน ECB คริสติน ลาการ์ด ก่อนการตัดสินใจนโยบายการเงินครั้งถัดไปในวันที่ 30 เม.ย.
EUR/USD ยังมีแรงเอนเอียงทางบวกเล็กน้อย ขณะพักตัวเหนือ 1.1630 โดย RSI (ดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์ ใช้ดูแรงซื้อแรงขาย) อยู่แถวระดับกลาง 50 และ MACD (อินดิเคเตอร์จับทิศทาง/โมเมนตัมจากค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่) แกว่งใกล้เส้นศูนย์
แนวต้านอยู่ที่ 1.1725–1.1735 จากนั้น 1.1825 และระดับถัดไปใกล้ 1.1930 แนวรับอยู่ที่ 1.1670 จากนั้น 1.1630–1.1640 และแนวรับเส้นแนวโน้มขาขึ้นใกล้ 1.1590
เราพบรูปแบบการ “พักฐาน” (แกว่งแคบ ๆ เพื่อสะสมแรงก่อนเลือกทาง) ใน EUR/USD คล้ายช่วงก่อนเหตุปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซในเดือนเม.ย.ปีก่อน ตลาดดูสงบเกินไป โดย “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility: ความผันผวนที่ตลาดคาดผ่านราคาสัญญาออปชัน) อยู่ในระดับต่ำ ทั้งที่ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังมีอยู่ ดัชนี Cboe EuroCurrency Volatility Index หรือ EVZ (ดัชนีวัดความผันผวนที่คาดของเงินยูโรจากตลาดออปชัน) ล่าสุดอยู่แถว 6.8 เรามองว่าตลาดประเมินโอกาสเกิดการแกว่งแรงต่ำเกินไป
กลยุทธ์ออปชันและการวางตำแหน่งความผันผวน
จากภาวะตลาดที่ประมาทความเสี่ยง เรามองว่า “ซื้อความผันผวน” คือแนวทางที่เหมาะในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า กลยุทธ์ long straddle (ซื้อออปชัน “คอล” และ “พุต” ที่ราคาใช้สิทธิเท่ากัน และใกล้ราคาตลาด หรือ at-the-money เพื่อทำกำไรหากราคาแกว่งแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง) จะช่วยให้ผู้เทรดได้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ทั้งสองทิศทาง ไม่ว่าจะคลี่คลายกะทันหันหรือสถานการณ์เลวร้ายลง แนวทางนี้ได้เปรียบเมื่อคนส่วนใหญ่คาดว่าราคาจะนิ่ง
เช่นเดียวกับที่ตลาดเคยจับตา ECB ในปี 2025 ตอนนี้ต้องโฟกัสการประชุมธนาคารกลางที่กำลังจะมาถึง เพราะหากมีสัญญาณ “ตึงตัว” (hawkish: เน้นขึ้นดอกเบี้ย/คุมเงินเฟ้อ) หรือ “ผ่อนคลาย” (dovish: เน้นลดดอกเบี้ย/กระตุ้นเศรษฐกิจ) แบบเหนือคาด อาจทำให้ราคาหลุดกรอบปัจจุบัน การประเมินของตลาดตามข้อมูล OIS (overnight index swaps: สัญญาแลกเปลี่ยนอ้างอิงดอกเบี้ยระยะสั้น ใช้สะท้อนความคาดหวังดอกเบี้ยนโยบาย) ชี้โอกาส 70% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% (25 basis points: 1 bps = 0.01%) แต่หาก “คงดอกเบี้ย” แบบเซอร์ไพรส์ อาจทำให้ดอลลาร์อ่อนแรงแรง ความต่างทิศทางนโยบายการเงินยังเป็นตัวแปรสำคัญของคู่เงินนี้
สำหรับผู้ที่มีมุมมองทางเดียว ระดับเทคนิคที่เห็นปีก่อนใช้เป็นแนวทางทำ “ดีลแบบมีโครงสร้าง” (structured trades: วางแผนเข้าออกและความเสี่ยงด้วยเงื่อนไขชัดเจน) ได้ การซื้อ call spread (ซื้อคอลที่ราคาใช้สิทธิต่ำกว่า และขายคอลที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่า เพื่อลดต้นทุน แต่จำกัดกำไร) เหนือแนวต้าน 1.1750 เป็นวิธีต้นทุนต่ำในการลุ้นเบรกขึ้น ส่วนการซื้อพุตต่ำกว่าแนวรับ 1.1650 ใช้เป็น “ประกันความเสี่ยง” (hedge: ป้องกันขาดทุนจากการเคลื่อนไหวสวนทาง) ได้ อัตราส่วน put-to-call (สัดส่วนปริมาณพุตต่อคอล ใช้วัดความเอนเอียงของตลาด) ของออปชันยูโรใน CME อยู่ที่ 0.92 สะท้อนเอนเอียงขาขึ้นเล็กน้อย แต่ยังไม่ใช่ความเชื่อมั่นชัดจากตลาดรวม
สร้างบัญชีจริง VT Markets ของคุณ และ เริ่มเทรด ได้ทันที