ดุลบัญชีเดินสะพัดของตุรกี (Current account balance: ผลต่างระหว่างเงินตราต่างประเทศที่ไหลเข้า-ออกจากการค้า บริการ รายได้ และเงินโอน) ในเดือนกุมภาพันธ์ขาดดุล -7.501 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ตัวเลขนี้ต่ำกว่าที่คาดว่าจะขาดดุล -7.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลสะท้อนแรงกดดันจากต่างประเทศ
ดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนกุมภาพันธ์แย่กว่าคาดเล็กน้อย ยืนยันว่าแรงกดดันต่อฐานะการเงินต่างประเทศของตุรกียังมีอยู่ต่อเนื่อง หมายความว่าเงินตราต่างประเทศไหลออกมากกว่าไหลเข้า แนวโน้มนี้กดดัน “ทุนสำรองระหว่างประเทศ” (เงินสกุลต่างประเทศที่ธนาคารกลางถือไว้เพื่อดูแลเสถียรภาพค่าเงิน) และมูลค่าเงินสกุลท้องถิ่น
คาดว่าจะเพิ่มแรงกดดันให้เงินลีราตุรกีอ่อนค่าต่อเนื่อง ผู้ซื้อขาย “อนุพันธ์” (Derivative: สัญญาการเงินที่อ้างอิงราคาสินทรัพย์ เช่น ฟิวเจอร์สและออปชัน) อาจพิจารณาวางกลยุทธ์รับความเสี่ยงที่อัตราแลกเปลี่ยน USD/TRY สูงขึ้น เพราะลีราอ่อนค่าแล้วกว่า 8% นับตั้งแต่ต้นปี 2026 สำหรับ “ออปชัน” (Options: สัญญาซื้อ/ขายสิทธิในอนาคต) มีโอกาสเห็นความต้องการ “คอลออปชัน USD” (USD call: สิทธิในการซื้อดอลลาร์ในราคาที่กำหนด) เพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
ข้อมูลนี้ทำให้มีโอกาสสูงมากที่ธนาคารกลางสาธารณรัฐตุรกี (CBRT) จะคง “อัตราดอกเบี้ยนโยบาย” (Policy rate: ดอกเบี้ยอ้างอิงหลักที่ธนาคารกลางใช้กำหนดทิศทางค่าเงินและเงินเฟ้อ) ในระดับสูง หลังจากการประชุมล่าสุดคงไว้ที่ 48% หากย้อนดูปี 2025 ธนาคารกลางต้องคงดอกเบี้ยสูงตลอดปีเพื่อรับมือแรงกดดันลักษณะเดียวกัน แนวคิดเรื่องการลดดอกเบี้ยจึงแทบไม่อยู่ในแผนในระยะใกล้
การอ่อนค่าของค่าเงินควบคู่ดอกเบี้ยสูงเป็นสภาพแวดล้อมที่กดดันหุ้นตุรกี ผู้ซื้อขายอาจใช้วิธี “ป้องกันความเสี่ยง” (Hedge: ลดผลกระทบจากความผันผวนด้วยการถือสินทรัพย์/สัญญาอีกด้าน) ด้วยการซื้อ “พุตออปชัน” (Put option: สิทธิในการขายในราคาที่กำหนด) บนดัชนี BIST 100 สถิติล่าสุดชี้ว่าเงินลงทุนต่างชาติไหลออกจากตลาดหุ้นอิสตันบูลเร่งขึ้นแล้วในสัปดาห์แรกของเดือนเมษายน 2026
รูปแบบนี้คล้ายพฤติกรรมตลาดในปี 2025 ที่การขาดดุลที่กว้างขึ้นมักมาก่อนช่วงที่ลีราอ่อนค่า เมื่อดูตัวเลขเงินเฟ้อเดือนมีนาคม 2026 ที่ยังสูงที่ 55% ต่อปี ปัจจัยพื้นฐานยังชี้ไปทางลีราที่อ่อนค่ามากกว่าเดิม และตัวเลขขาดดุลนี้ยิ่งตอกย้ำมุมมองดังกล่าว