ฮังการีจัดการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดย เปเตอร์ มาจาร์ หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านสายกลาง-ขวา “ทิสซา” เอาชนะนายกรัฐมนตรี วิคตอร์ ออร์บาน แบบถล่มทลาย
เมื่อมีการนับคะแนนเกือบทั้งหมด เจ้าหน้าที่ระบุว่าพรรคทิสซามีแนวโน้มได้เสียงข้างมาก 2 ใน 3 ในสภา โดยขณะนั้นอยู่ที่ 138 ที่นั่ง
ผลการเลือกตั้งทำให้ออร์บานสิ้นสุดการดำรงตำแหน่งตลอด 16 ปี ผู้นำยุโรประบุว่าเหตุการณ์นี้จะเปลี่ยนท่าทีของฮังการีภายในสหภาพยุโรป (EU)
หลังประกาศผล เงินโฟรินต์ฮังการีแข็งค่ากว่า 1.50% เทียบดอลลาร์ในวันเดียว โดย USD/HUF (จำนวนโฟรินต์ต่อ 1 ดอลลาร์) ซื้อขายใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปีที่ 314.58
การแข็งค่าของโฟรินต์ครั้งนี้อาจเป็นจุดเริ่มของแนวโน้มระยะยาว นักลงทุนอาจพิจารณาเพิ่มการลงทุนผ่าน “ตลาดอนุพันธ์” (ตราสารที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ค่าเงิน) เช่น ซื้อ “ออปชันซื้อ” (call option: สิทธิในการซื้อสินทรัพย์ที่ราคา กำหนดในอนาคต) ของ HUF หรือขาย “ออปชันซื้อ USD/HUF ที่อยู่นอกเงิน” (out-of-the-money: ราคาที่ทำให้ยังไม่คุ้มใช้สิทธิในเวลานั้น) เพื่อรับประโยชน์หากโฟรินต์แข็งค่าต่อ แม้การเคลื่อนไหวแรกจะรุนแรง แต่การประเมินมูลค่าประเทศใหม่ตามปัจจัยพื้นฐานเพิ่งเริ่ม
มีตัวอย่างใกล้เคียงจากโปแลนด์ในการเลือกตั้งเดือนต.ค. 2023 หลังแนวร่วมสนับสนุน EU ชนะเลือกตั้ง เงินซลอตีโปแลนด์แข็งค่าราว 10% เมื่อเทียบดอลลาร์ และดัชนีหุ้นวอร์ซอ WIG20 (ดัชนีหุ้นขนาดใหญ่ 20 บริษัท) พุ่งกว่า 25% ในช่วง 4 เดือนถัดมา โดยคาดว่าสินทรัพย์ฮังการีอาจเดินตามทิศทางบวกในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า
มุมมองนี้ทำให้การถือ “สถานะซื้อ” (long position: ได้ประโยชน์เมื่อราคาขึ้น) ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี BUX (ดัชนีตลาดหุ้นฮังการี) น่าสนใจ การเปลี่ยนรัฐบาลคาดว่าจะช่วยปลดล็อกเงินทุน EU ที่ถูกระงับไว้จำนวนมาก โดยเฉพาะ 10.4 พันล้านยูโรจาก Recovery and Resilience Facility (กองทุนฟื้นฟูและเสริมความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของ EU) เงินทุนดังกล่าวจะหนุนเศรษฐกิจและกำไรบริษัท ทำให้หุ้นฮังการีดูมีมูลค่าถูกเมื่อเทียบระดับปัจจุบัน
บรรยากาศการเมืองใหม่ช่วยลด “ส่วนชดเชยความเสี่ยงประเทศ” (country risk premium: ผลตอบแทนส่วนเพิ่มที่นักลงทุนต้องการเพื่อชดเชยความเสี่ยงของประเทศ) อย่างมาก ซึ่งเป็นบวกต่อพันธบัตรรัฐบาล เมื่อ “อัตราผลตอบแทนพันธบัตร” (yield: ผลตอบแทนที่นักลงทุนได้รับจากการถือพันธบัตร) ลดลง อาจใช้ “ฟิวเจอร์สอัตราดอกเบี้ย” (interest rate futures: สัญญาล่วงหน้าอ้างอิงอัตราดอกเบี้ย/พันธบัตร) เพื่อวางกลยุทธ์ นอกจากนี้ยังเปิดทางให้ธนาคารกลางฮังการีมีพื้นที่ลดดอกเบี้ยต่อได้มากขึ้น โดยล่าสุดในการประชุมเดือนมี.ค. 2026 ได้ลด “อัตราดอกเบี้ยนโยบาย” (key rate: ดอกเบี้ยหลักที่ชี้นำทิศทางดอกเบี้ยในระบบ) มาอยู่ที่ 7.75% โดยไม่กดดันตลาดค่าเงินมากนัก
สุดท้าย “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility: ความผันผวนที่ตลาดคาดจากราคาออปชัน) ซึ่งสูงก่อนการเลือกตั้ง กำลังปรับลดลง การขาย “สแตรดเดิล” หรือ “สแตรงเกิล” ของ USD/HUF (กลยุทธ์ออปชันที่ขายชุดสัญญาเพื่อหวังได้ประโยชน์เมื่อราคาแกว่งน้อยลง; straddle ใช้ราคาใช้สิทธิเดียวกัน ส่วน strangle ใช้ต่างราคา) อาจเป็นทางเลือกเพื่อทำกำไรจากการกลับสู่เสถียรภาพทางการเมือง ช่วงความไม่แน่นอนสิ้นสุดลง และคาดว่าการเคลื่อนไหวราคาจะสงบลงในระยะถัดไป