GBP/USD ยุติการปรับขึ้นติดต่อกัน 5 วัน และเปิดตลาดอ่อนค่าลงแถว 1.3390 ในการซื้อขายช่วงเอเชียวันจันทร์ โดยคู่เงินถูกกดดันหลังนักลงทุนลดการรับความเสี่ยง (risk appetite: ความต้องการถือสินทรัพย์เสี่ยงลดลง) จากการที่การเจรจาสันติภาพสหรัฐ–อิหร่านล้มเหลว
ความต้องการถือดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้น หลังรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ระบุว่า การหารือสหรัฐ–อิหร่านที่อิสลามาบัดจบลงโดยไม่มีข้อตกลงหลังใช้เวลา 21 ชั่วโมง ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า สหรัฐจะเริ่ม “ปิดล้อม” (blockade: การปิดกั้นเส้นทางเดินเรือ/การขนส่ง) เรือทุกลำที่เข้าออกช่องแคบฮอร์มุซ
Market Reaction And Safe Haven Flows
กองบัญชาการกลางสหรัฐ (US Central Command) ระบุว่า ปฏิบัติการที่มุ่งเป้าการเดินเรือเข้าและออกจากท่าเรืออิหร่านจะเริ่มเวลา 10.00 น. ตามเวลา ET (เวลาฝั่งตะวันออกสหรัฐ) หรือ 14.00 น. GMT (เวลามาตรฐานกรีนิช) วันจันทร์ โดยประธานรัฐสภาอิหร่าน โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ กล่าวว่า สหรัฐยังไม่สามารถทำให้เตหะรานเชื่อใจได้ แม้มี “ความริเริ่มเชิงสร้างสรรค์”
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านเตือนว่า เรือรบที่เข้าใกล้ช่องแคบฮอร์มุซจะถือว่าละเมิด “การหยุดยิง” (ceasefire: ข้อตกลงหยุดโจมตีชั่วคราว) และจะเผชิญการตอบโต้ที่เด็ดขาด ก่อนหน้านี้ เงินปอนด์เคยได้แรงหนุนจากความหวังว่าข้อตกลงสันติภาพรัสเซีย–ยูเครนจะคืบหน้า
ต่อมา ทั้งสองฝ่ายกล่าวหากันว่าละเมิดการหยุดยิงช่วงอีสเตอร์ของคริสต์นิกายออร์ทอดอกซ์ที่ยาว 32 ชั่วโมง รายงานระบุว่ามีการโจมตีด้วยโดรน (drone: อากาศยานไร้คนขับ) และการยิงถล่ม (shelling: การยิงด้วยปืนใหญ่/กระสุนวิถีโค้ง) รวมกว่า 1,000 ครั้งไม่นานหลังเริ่มพักรบ
Trading Implications Of Rising Volatility
ท่ามกลางความตึงเครียด ตลาดสะท้อนว่าความผันผวนที่ตลาดคาดการณ์ (implied volatility: ระดับความผันผวนที่สะท้อนจากราคาสัญญาออปชัน ไม่ใช่ความผันผวนที่เกิดขึ้นจริง) ของออปชัน GBP/USD กำลังเพิ่มขึ้น โดย implied volatility ระยะ 3 เดือนอยู่ที่ 11.2% เพิ่มขึ้นมากจาก 8.5% เมื่อสองเดือนก่อน สะท้อนว่าผู้เล่นตลาดคาดว่าราคาจะเหวี่ยงแรงกว่าปกติ ทำให้ต้นทุนการซื้อออปชัน (options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อหรือขายสินทรัพย์ในราคาที่กำหนดภายในเวลาที่กำหนด) สูงขึ้น
แรงกดดันยิ่งชัดจากตลาดพลังงาน โดยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามเงื่อนไขที่ตกลงกัน) น้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนมิถุนายนพุ่งแตะ 98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สูงสุดในรอบ 14 เดือน จากความกังวลด้านอุปทานในตะวันออกกลาง ซึ่งหนุนดอลลาร์ในฐานะ “สินทรัพย์ปลอดภัย” (safe haven: สินทรัพย์ที่มักแข็งค่าช่วงความเสี่ยงสูง) และเป็นปัจจัยลบต่อเงินปอนด์
พร้อมกันนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจทำให้ภาพของเงินปอนด์ซับซ้อนขึ้น โดยเงินเฟ้ออังกฤษล่าสุดของเดือนมีนาคม 2026 สูงกว่าคาดที่ 3.1% เพิ่มแรงกดดันให้ธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England) ทบทวนท่าทีผ่อนคลาย (dovish: เน้นผ่อนคลายนโยบายการเงิน เช่น คง/ลดดอกเบี้ยเพื่อพยุงเศรษฐกิจ) ขณะที่รายงานการจ้างงานสหรัฐสัปดาห์ก่อนเพิ่มขึ้นแข็งแกร่ง 245,000 ตำแหน่ง หนุนมุมมองว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve) จะคงดอกเบี้ย
ในสภาวะแบบนี้ ผู้เทรดอาจมองกลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากความผันผวนมากกว่าการเดาทิศทางอย่างเดียว เช่น กลยุทธ์ออปชันแบบ Long Straddle (ซื้อสิทธิซื้อและสิทธิขายที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน เพื่อหวังกำไรจากการแกว่งแรงไม่ว่าทิศทางใด) หรือ Long Strangle (คล้าย straddle แต่ใช้ราคาใช้สิทธิต่างกัน เพื่อลดต้นทุน) ส่วนผู้ที่มอง GBP/USD ขาลง อาจใช้ Put Spread (ซื้อสิทธิขายและขายสิทธิขายอีกตัวที่ราคาใช้สิทธิต่างกัน เพื่อลดต้นทุนเริ่มต้น แต่จำกัดกำไรสูงสุด) เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในช่วงที่ความผันผวนสูง