สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ฟิวเจอร์ส) E-mini S&P เดือนมิ.ย. ขึ้นไปแตะ 6,885/6,890 ก่อนกลับตัวลงมาที่ 6,847 แนวต้านอยู่ที่ 6,880/6,900 โดยอาจมีแรงขายช่วงคืนวันอาทิตย์ (ตลาดเอเชียเปิด) จากการเจรจาสันติภาพล้มเหลว
เป้าหมายขาลงอยู่ที่ 6,820/10 และ 6,790/6,780 โดยมีแนวรับที่ 6,770/6,760 หากหลุด 6,755 จะมีโอกาสลงต่อไปที่ 6,730 และ 6,710 และแนวรับสำคัญอยู่ที่ 6,700/6,680 (โซนแนวรับที่สำคัญ) โดยจุดตัดขาดทุน (stop loss: ตั้งขายเพื่อลดความเสี่ยงเมื่อผิดทาง) ของฝั่งซื้ออยู่ต่ำกว่า 6,660
April 2026 Context And Key Levels
สัญญาฟิวเจอร์ส E-mini Nasdaq เดือนมิ.ย. ปรับขึ้นไปที่ 25,393 ในช่วงตลาดเงียบ เป้าหมายการปรับฐานลงอยู่ที่ 25,220/200 และ 25,100/25,000 โดยแนวรับเมื่อหลุด 25,920 อยู่ที่ 24,850/24,800 และอาจเด้งกลับไป 25,000/25,050
หากหลุด 25,750 เป้าหมายถัดไปคือ 24,680/650 และ 24,520/24,440 ฝั่งซื้อใช้จุดตัดขาดทุนต่ำกว่า 24,350
E-mini Dow Jones เดือนมิ.ย. แตะ 48,400/500 และได้แรงรับที่ 48,100/48,000 หากหลุด 48,000 เป้าหมายคือ 47,800/47,700 จากนั้น 47,500/460 และ 47,250/47,150 โดยจุดตัดขาดทุนของฝั่งซื้ออยู่ต่ำกว่า 47,000
เมื่อย้อนดูบทวิเคราะห์ปี 2025 เราเห็นว่าฟิวเจอร์ส E-mini S&P ขึ้นถึงเป้าหมาย 6,885/6,890 ก่อนย่อตัว เราระบุในตอนนั้นว่า “ภาวะซื้อมากเกินไป” (overbought: ราคาขึ้นแรงจนเสี่ยงพักฐาน) และการเจรจาสันติภาพที่ล้มเหลวมีแนวโน้มทำให้เกิดการกลับทิศ ตลาดเดือนเม.ย. 2026 กำลังแสดงสัญญาณแรงซื้อเริ่มหมดใกล้จุดสูง ทำให้เหตุการณ์ดังกล่าวยังใช้เป็นแนวทางได้
รายงาน CPI เดือนมี.ค. 2026 ล่าสุดสะท้อนว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation: ตัดราคาพลังงานและอาหารที่ผันผวนออก) ยังลดลงยากที่ 3.7% ทำให้โอกาสลดดอกเบี้ยระยะใกล้ลดลงมาก ปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคนี้หนุนมุมมองว่าอาจเกิดแรงขายในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า จึงควรระวังและจับตาการทดสอบแนวรับที่ต่ำลง
Risk Levels And Trade Triggers
หากหลุด 6,755 อาจเร่งให้ร่วงสู่โซน 6,700/6,680 ซึ่งเป็นแนวรับสำคัญที่เคยรับอยู่หลายครั้งในปี 2025 โซนนี้อาจมีโอกาสเด้ง แต่การเปิดสถานะซื้อควรระมัดระวังและกำหนดจุดตัดขาดทุนชัดเจนต่ำกว่า 6,660 ขณะนี้ดัชนีความผันผวน CBOE (VIX: ตัวชี้วัดความคาดหวังความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐ) ขยับขึ้นมา 16.5 สะท้อนว่าตลาดเริ่มเผื่อความไม่แน่นอนมากขึ้น
ฟิวเจอร์ส Nasdaq ซึ่งในปี 2025 ขึ้นได้เพียง 25,393 ก่อนชะลอ ก็ยังดูเปราะบาง โดย “การประกาศนำล่วงหน้า” (pre-announcements: บริษัทส่งสัญญาณผลประกอบการก่อนประกาศจริง) ผลประกอบการไตรมาส 1/2026 ของกลุ่มชิปบางรายออกมาคละกัน สะท้อนว่าเรื่องราวการเติบโตอาจช้าลง ทำให้ดัชนีที่มีหุ้นเทคโนโลยีเยอะเสี่ยงปรับฐาน หากบรรยากาศตลาดโดยรวมเป็นลบ
หากเกิดแรงขาย แนวรับสำคัญแรกคือ 24,850/24,800 หากหลุดโซนนี้จะเป็นสัญญาณลบ และอาจไหลลงต่อสู่ 24,520/24,440 ฝั่งซื้อควรพิจารณาเฉพาะบริเวณแนวรับลึกเหล่านี้ และตั้งจุดตัดขาดทุนต่ำกว่า 24,350 เพื่อคุมความเสี่ยง
สำหรับฟิวเจอร์ส Dow Jones เป้าหมายปี 2025 ที่ 48,400/500 เคยเป็น “เพดานราคา” (แนวต้านแข็ง) ชัดเจน ปัจจุบันรายงานการจ้างงานเดือนมี.ค. 2026 เพิ่มขึ้นแข็งแกร่ง 260,000 ตำแหน่ง ทำให้ภารกิจของเฟด (Federal Reserve: ธนาคารกลางสหรัฐ) ในการกดเงินเฟ้อยากขึ้น ภาวะ “ข่าวดีเป็นข่าวร้าย” หมายถึงเศรษฐกิจยิ่งร้อน เฟดอาจต้องคงดอกเบี้ยสูงนาน กดดันหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมและหุ้นที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย
ดังนั้น การหลุด 48,000 มีโอกาสเกิดในระยะใกล้ และอาจเปิดทางสู่แนวรับ 47,800/47,700 หากความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์กลับมาหรือข้อมูลเศรษฐกิจยังร้อนแรง อาจลงเร็วไป 47,250/47,150 โซนดังกล่าวอาจเป็นพื้นที่ทำจุดต่ำของวัน แต่หากจะเปิดสถานะซื้อ ต้องมีจุดตัดขาดทุนต่ำกว่า 47,000
สร้างบัญชี VT Markets แบบเรียลไทม์ และ เริ่มเทรด ตอนนี้