ข้อมูลจาก CFTC ของสหรัฐฯ ชี้ว่า สถานะสุทธิของกลุ่มที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ (non-commercial net positions: สถานะสุทธิของนักเก็งกำไรรายใหญ่ เช่น กองทุน ซึ่งไม่ได้ซื้อขายเพื่อใช้จริง) ในน้ำมัน ลดลงมาอยู่ที่ 202.2k จากระดับก่อนหน้า 213.5k
เท่ากับลดลง 11.3k สถานะ โดยตัวเลขนี้อ้างอิงรอบรายงานล่าสุดของ CFTC (หน่วยงานกำกับดูแลตลาดอนุพันธ์สหรัฐฯ)
การวางสถานะเก็งกำไรหนุนตลาดน้อยลง
เรากำลังเห็นแรงมุมมองเชิงบวก (bullish: คาดว่าราคาจะขึ้น) ของนักเก็งกำไรรายใหญ่ในตลาดน้ำมันลดลงอย่างชัดเจน โดยสถานะซื้อสุทธิ (net long: จำนวนสัญญาซื้อหักลบสัญญาขาย) ถูกลดลง สะท้อนว่าความเชื่อมั่นต่อการปรับขึ้นของราคาช่วงล่าสุดเริ่มอ่อนแรง ซึ่งมักเป็นสัญญาณเตือนว่ากระแสราคาขาขึ้นอาจเริ่มหมดแรง
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นหลังรายงาน EIA (หน่วยงานสารสนเทศพลังงานสหรัฐฯ) เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งรายงานสต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 2.8 ล้านบาร์เรลแบบเหนือคาด (inventory build: ปริมาณคงคลังเพิ่มขึ้น) สะท้อนอุปสงค์อาจชะลอ นอกจากนี้ ตัวเลข PMI ภาคการผลิตของจีน (ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ใช้ชี้ทิศทางกิจกรรมภาคโรงงาน) ออกมาต่ำกว่าคาดเล็กน้อยในสัปดาห์ก่อน ทำให้ตลาดกังวลมากขึ้น โดยขณะนี้ตลาดไวต่อสัญญาณเศรษฐกิจโลกชะลอตัว
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ส่งสัญญาณว่ายังไม่เร่งลดดอกเบี้ย ทำให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า ดอลลาร์ที่แข็งทำให้น้ำมันมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น จึงอาจกดอุปสงค์ เราจึงเห็นผู้ซื้อขายปรับสถานะตามภาพเศรษฐกิจมหภาค (macroeconomic backdrop: สภาพแวดล้อมเศรษฐกิจโดยรวม เช่น ดอกเบี้ย ค่าเงิน การเติบโต) ที่เอื้อน้อยลง
เราเคยเห็นการลดลงของสถานะเก็งกำไรลักษณะใกล้เคียงกันในช่วงต้นปี 2025 ก่อนที่ราคาจะปรับฐาน (price correction: การย่อตัวหลังขึ้นแรง) เกือบ 10% ในเดือนถัดมา การย่อตัวครั้งนั้นก็เกิดจากความกังวลด้านอุปสงค์เศรษฐกิจและสต็อกเพิ่มขึ้นแบบไม่คาดคิด ประวัติศาสตร์บ่งชี้ว่า การลดลงแรงของสถานะซื้อสุทธิไม่ควรถูกมองข้าม
การบริหารความเสี่ยงในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ควรพิจารณาลดความเสี่ยงฝั่งถือสถานะซื้อ การซื้อเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงขาลง (downside protection: ป้องกันการขาดทุนหากราคาลง) เช่น ออปชันขาย (put options: สิทธิในการขายที่ราคาใช้สิทธิ เหมาะสำหรับป้องกันความเสี่ยงเมื่อกังวลราคาลง) ของ WTI ที่หมดอายุเดือนพฤษภาคม อาจเป็นแนวทางที่เหมาะสม วิธีนี้ช่วยคงมุมมองหลักไว้ พร้อมป้องกันความเสี่ยงหากราคาปรับลงระยะสั้นสู่แนวรับ 80 ดอลลาร์ (support level: ระดับราคาที่มักมีแรงซื้อช่วยพยุงราคา)