สถานะสุทธิ (Net Position) ของผู้เล่นกลุ่มไม่ใช่เชิงพาณิชย์ (Non-commercial: กลุ่มนักเก็งกำไร เช่น กองทุนเฮดจ์ฟันด์ ไม่ได้ซื้อขายเพื่อใช้ทองจริง) ในทองคำ ตามข้อมูล CFTC สหรัฐฯ ลดลงมาอยู่ที่ 156.3K จากเดิม 163.2K
เท่ากับลดลง 6.9K เมื่อเทียบกับรายงานก่อนหน้า
การเปลี่ยนแปลงของสถานะเก็งกำไร
เริ่มเห็นนักเก็งกำไรรายใหญ่ลดการถือฝั่ง “ขาขึ้น” ของทองคำ โดยสถานะสุทธิฝั่งซื้อ (Net Bullish: จำนวนสัญญาซื้อสุทธิหลังหักสัญญาขาย) ลดจาก 163.2K เหลือ 156.3K สะท้อนว่าความเชื่อมั่นของกองทุนเฮดจ์ฟันด์และผู้เล่นรายใหญ่เริ่มอ่อนลง
ความระมัดระวังนี้สอดคล้องกับการตอบสนองของตลาดต่อข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI: ตัวเลขเงินเฟ้อที่วัดการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าและบริการ) เดือนมีนาคมออกมาที่ 3.1% สูงกว่าที่คาดเล็กน้อย ทำให้ตลาดเลื่อนความคาดหวังว่าเฟด (Federal Reserve: ธนาคารกลางสหรัฐฯ) จะลดดอกเบี้ยออกไป เมื่อเฟดส่งสัญญาณว่าจะคงดอกเบี้ย “สูงนานขึ้น” การถือทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ดอกเบี้ย (Non-yielding: ไม่สร้างรายได้เป็นดอกเบี้ย/เงินปันผล) จึงดูน่าสนใจน้อยลง
ผลที่ตามมาคือเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า โดยดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index: DXY ตัวชี้วัดค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าสกุลเงินหลัก) ล่าสุดทะลุ 106 เป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน ดอลลาร์ที่แข็งค่ามักกดดันทองคำ ทำให้การลดความสนใจของนักเก็งกำไรเป็นไปตามภาพเศรษฐกิจมหภาค (Macroeconomic: ปัจจัยเศรษฐกิจระดับประเทศ เช่น เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย ค่าเงิน)
นัยต่อกลยุทธ์อนุพันธ์ทองคำ
ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า สัญญาณนี้ชี้ว่าควรระมัดระวังกับกลยุทธ์ฝั่งขาขึ้นใน “อนุพันธ์” (Derivatives: สัญญาที่อ้างอิงราคาทอง เช่น ออปชัน/ฟิวเจอร์ส) อาจพิจารณาป้องกันความเสี่ยง (Hedge: ลดความเสี่ยงจากการแกว่งของราคา) ของสถานะซื้อด้วย “พุต” เพื่อคุ้มครอง (Protective put: ซื้อออปชันขายเพื่อจำกัดขาดทุน) หรือขาย “คอลแบบมีสินทรัพย์รองรับ” (Covered call: ขายออปชันซื้อโดยมีสถานะทอง/สัญญาซื้ออยู่แล้ว เพื่อรับค่าเบี้ยและจำกัดโอกาสกำไรด้านบน) โดยแรงส่งที่หนุนตลาดก่อนหน้านี้เริ่มแผ่วลงในระยะนี้