แคนาดาเพิ่มการจ้างงาน 14,000 ตำแหน่งในเดือนมีนาคม ขณะที่อัตราว่างงานทรงตัวที่ 6.7% สะท้อนว่าตลาดแรงงานดีขึ้นเล็กน้อยจากก่อนหน้า
การเติบโตของค่าจ้างของพนักงานประจำ (งานถาวร) แข็งแรงขึ้น และจำนวนชั่วโมงทำงานเพิ่มขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ชี้ว่าค่าจ้างและกิจกรรมในตลาดแรงงานเริ่มแน่นขึ้น
ผลต่อแนวโน้มนโยบายของธนาคารกลางแคนาดา
มาตรวัดเงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation: เงินเฟ้อที่ตัดราคาสินค้าที่ผันผวนมาก เช่น พลังงานและอาหาร ออก เพื่อดูแนวโน้มราคาแท้จริง) ชะลอลงในช่วงหลัง และตัวชี้วัดค่าจ้างอื่น ๆ อ่อนลง ดังนั้นข้อมูลแรงงานเดือนมีนาคมไม่น่าจะเปลี่ยนมุมมองของตลาดต่อการตัดสินใจนโยบายครั้งถัดไปของธนาคารกลางแคนาดาอย่างมีนัยสำคัญ หรือเปลี่ยนการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นมากนัก
ราคาพลังงานและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญต่อทิศทางนโยบายในระยะใกล้ ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นอาจดันแรงกดดันเงินเฟ้อในวงกว้าง ซึ่งทำให้การเร่งตัวของค่าจ้างมองข้ามได้ยาก
หากย้อนดูสถานการณ์ตลาดแรงงานช่วงต้นปี 2025 ธนาคารกลางแคนาดาเผชิญสัญญาณที่ขัดแย้งกัน ค่าจ้างที่โตแรงเป็นเหตุผลให้คงดอกเบี้ยสูง แต่เงินเฟ้อพื้นฐานที่อ่อนลงทำให้ธนาคารเริ่มพิจารณาลดดอกเบี้ยในอนาคต ตลาดจึงมีความหวังแบบระมัดระวัง
ปัจจุบัน ความระมัดระวังดังกล่าวยังเหมาะสม เพราะเงินเฟ้อดื้อกว่าที่คาด โดยตัวเลข CPI (ดัชนีราคาผู้บริโภค: ตัววัดการเปลี่ยนแปลงระดับราคาสินค้าและบริการของผู้บริโภค) ล่าสุดของเดือนมีนาคม 2026 อยู่ที่ 3.1% และยังลดลงยาก ทำให้แรงกดดันด้านราคายังสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางอย่างมาก เงินเฟ้อที่ยืดเยื้อทำให้ภาพค่าจ้างที่โตแรงเมื่อปีก่อนดูไม่ใช่เหตุการณ์ชั่วคราว แต่เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาที่ต่อเนื่อง
การวางสถานะในตลาด และกลยุทธ์รับความผันผวน
แม้เงินเฟ้อยังสูง แต่ตลาดแรงงานอ่อนลงตลอดปีที่ผ่านมา โดยข้อมูลล่าสุดชี้ว่าอัตราว่างงานขยับขึ้นเป็น 6.2% ทำให้ธนาคารกลางแคนาดาอยู่ในจุดที่ตัดสินใจยาก ระหว่างเศรษฐกิจที่ชะลอและแรงกดดันด้านราคาที่ไม่ยอมลด ส่งผลให้โอกาสเกิด “เซอร์ไพรส์ด้านนโยบาย” ในการประชุมที่จะมาถึงเพิ่มขึ้น
สำหรับผู้เทรดอนุพันธ์ (derivatives: สัญญาการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น อัตราดอกเบี้ย) อาจพิจารณากลยุทธ์ออปชัน (options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อ/ขายในอนาคต) ที่ได้ประโยชน์เมื่อความผันผวนเพิ่มขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า เช่น การทำ “สแตรดเดิล” (straddle: ซื้อออปชัน Call และ Put ที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน เพื่อหวังผลจากการแกว่งแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง) หรือ “สแตรงเกิล” (strangle: คล้ายสแตรดเดิลแต่ใช้ราคาใช้สิทธิคนละระดับ เพื่อลดต้นทุนแต่ต้องการการแกว่งมากขึ้น) บนเครื่องมือที่อิงการตัดสินใจดอกเบี้ยของธนาคารกลางแคนาดา เพื่อเตรียมรับการเคลื่อนไหวของตลาดที่อาจมากกว่าคาด โดยเฉพาะเมื่อราคาตลาดกำลังสะท้อนการลดดอกเบี้ยที่อาจไม่เกิดตามเวลา
คำเตือนเมื่อปีก่อนเรื่องราคาพลังงานส่งผ่านไปยังเงินเฟ้อวงกว้างยังใช้ได้มากในวันนี้ เมื่อราคาน้ำมันดิบ WTI (West Texas Intermediate: เกรดน้ำมันดิบมาตรฐานของสหรัฐฯ ที่ใช้เป็นราคาอ้างอิง) ทรงตัวเหนือ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แรงกดดันนี้ทำให้การลดดอกเบี้ยของธนาคารยิ่งซับซ้อน ในอดีต ราคาพลังงานที่สูงต่อเนื่องเคยทำให้ธนาคารไม่สามารถลดดอกเบี้ยได้ แม้ส่วนอื่นของเศรษฐกิจจะชะลอ
ดังนั้น เรามองว่าผู้เทรดควรพิจารณาใช้สวอปอัตราดอกเบี้ย (interest rate swaps: สัญญาแลกเปลี่ยนดอกเบี้ยคงที่กับดอกเบี้ยลอยตัว) และฟิวเจอร์ส (futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้ามาตรฐาน) เพื่อวางสถานะว่าดอกเบี้ยอาจ “สูงนานกว่าที่ตลาดคาด” การทำกลยุทธ์สวน “ช่วงต้นของเส้นอัตราผลตอบแทน” (front end of the curve: อัตราดอกเบี้ย/อัตราผลตอบแทนระยะสั้น) ซึ่งยังสะท้อนการลดดอกเบี้ยหลายครั้งในปีนี้ ดูเป็นแนวทางที่รอบคอบ โดยอิงมุมมองว่าเงินเฟ้อที่ลดลงยากและต้นทุนพลังงานจะทำให้ธนาคารต้องเลื่อนการผ่อนคลายนโยบาย (easing cycle: ช่วงที่ทยอยลดดอกเบี้ย) ออกไป
สร้างบัญชีจริง VT Markets และ เริ่มเทรด ได้ทันที