นักเศรษฐศาสตร์ของ UOB คาดว่า USD/JPY มีโอกาสขยับขึ้นเล็กน้อยในระยะสั้น หลังดีดตัวจากภาวะ “ขายมากเกินไป” (oversold: ภาวะที่ราคาปรับลงแรงจนมีโอกาสเกิดแรงซื้อกลับ) แต่ประเมินว่าการปรับขึ้นน่าจะถูกจำกัดไว้ต่ำกว่า 159.60 โดยยังระบุแนวต้าน (resistance: ระดับราคาที่มักมีแรงขายกดไว้) อีกจุดที่ 159.35
แนวรับ (support: ระดับราคาที่มักมีแรงซื้อพยุง) อยู่ที่ 158.90 และหากหลุด 158.65 จะบ่งชี้ว่ากลับเข้าสู่การแกว่งตัวในกรอบ (range trading: ราคาเคลื่อนไหวขึ้นลงในช่วงจำกัด) ในกรอบเวลา 1–3 สัปดาห์ ยังมองว่ามีโอกาสทดสอบ 157.50 อีกครั้ง ตราบใดที่ 159.60 ยังไม่ถูกผ่านขึ้นไป
Market Context And Key Levels
ก่อนหน้านี้คู่เงินร่วงลงไปที่ 157.86 ก่อนรีบาวด์ โดยราคาล่าสุดอยู่ที่ 158.60 ณ วันที่ 09 เม.ย. บทความระบุว่าเขียนด้วยเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ช่วยสร้างเนื้อหา) และมีบรรณาธิการตรวจทาน
เมื่อย้อนมองไปวันที่ 10 เม.ย. 2025 USD/JPY อยู่ในภาวะเปราะบางหลังเด้งจากภาวะขายมากเกินไป มุมมองหลักคือดอลลาร์อาจขยับขึ้นต่อ แต่จะติดแนวต้านสำคัญที่ 159.60 ขณะที่ในช่วงหลายสัปดาห์ถัดไปยังมีโอกาสกลับไปทดสอบ 157.50 ได้ หากแนวต้านดังกล่าวยังเอาอยู่
จากมุมมองนี้ กลยุทธ์ใน “อนุพันธ์” (derivatives: เครื่องมือทางการเงินที่มูลค่าอิงสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ค่าเงิน) ที่เป็นไปได้ คือ “ขายคอลออปชัน” (sell call options: ขายสิทธิให้ผู้อื่นซื้อ USD/JPY ตามราคาที่กำหนด) โดยตั้ง “ราคาใช้สิทธิ” (strike price: ราคาที่กำหนดในสัญญาออปชัน) ที่ 159.60 หรือสูงกว่าเล็กน้อย หากถือดอลลาร์อยู่จะเรียก “คัฟเวอร์ดคอล” (covered call: ขายคอลโดยมีสินทรัพย์อ้างอิงรองรับ) แต่ถ้าไม่ได้ถือจะเป็น “แน็กเก็ดคอล” (naked call: ขายคอลโดยไม่มีสินทรัพย์รองรับ) กลยุทธ์นี้ทำให้ผู้ขายได้รับ “พรีเมียม” (premium: เงินค่าซื้อสิทธิที่ได้รับทันที) โดยสะท้อนมุมมองว่าราคาน่าจะไม่ทะลุแนวต้านภายในอายุสัญญาออปชัน
อย่างไรก็ตาม ภาพเศรษฐกิจโดยรวมมีผลสำคัญ ในสหรัฐฯ ข้อมูลเงินเฟ้อ (inflation: ราคาสินค้าและบริการโดยรวมเพิ่มขึ้น) เดือนมี.ค. 2025 ในช่วงนั้นชี้ว่าราคาผู้บริโภคยังสูง ทำให้ตลาดมองว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve: ธนาคารกลางสหรัฐฯ) อาจคงดอกเบี้ยไว้สูง ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (Bank of Japan: ธนาคารกลางญี่ปุ่น) เพิ่งยุตินโยบายดอกเบี้ยติดลบ (negative interest rate policy: เก็บดอกเบี้ยกับเงินฝากของสถาบันการเงินบางส่วน) ในเดือนก่อนหน้า “ความต่างของนโยบายดอกเบี้ย” (divergence: ทิศทางนโยบายการเงินต่างกัน) หนุนให้ USD/JPY มีแรงส่งขึ้น
Risk Management And Alternative Structures
แรงหนุนพื้นฐานดังกล่าวทำให้แนวต้านทางเทคนิคที่จับตาไว้ถูกทะลุ ช่วงปลายเม.ย. 2025 USD/JPY ไม่ได้อ่อนตัว แต่ทะลุ 159.60 อย่างชัดเจน และผ่าน 160.00 ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปี ส่งผลให้ผู้ที่ขายแน็กเก็ดคอลอาจขาดทุนหนัก
ผลลัพธ์นี้สะท้อนความเสี่ยงสำคัญในเวลานั้น คือ “การแทรกแซงค่าเงิน” (intervention: หน่วยงานรัฐเข้าซื้อ/ขายเงินตราเพื่อชะลอความผันผวนหรือเปลี่ยนทิศทางค่าเงิน) ของทางการญี่ปุ่น ซึ่งเกิดขึ้นไม่นานหลังราคาทะลุ 160 ความผันผวน (volatility: การแกว่งตัวแรงและรวดเร็ว) ที่ตามมาชี้ว่าทางเลือกที่เหมาะกว่าอาจเป็น “ซื้อออปชัน” เช่น “สแตรดเดิล” (straddle: ซื้อคอลและพุตพร้อมกันที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน เพื่อได้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง) เพื่อหวังผลจากการแกว่งตัวครั้งใหญ่ ทั้งช่วงพุ่งขึ้นและช่วงร่วงหลังการแทรกแซง
แนวทางที่รอบคอบกว่าสำหรับผู้ที่ยังเชื่อว่าขึ้นจำกัด คือ “แบร์คอลสเปรด” (bear call spread: ขายคอลที่ราคาใช้สิทธิต่ำกว่าและซื้อคอลที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่า เพื่อลดความเสี่ยง) โดยขายคอลที่ 159.60 และซื้อคอลที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่า (เช่น 160.00) ยังรับพรีเมียมได้ และกำหนดเพดานขาดทุนสูงสุดไว้ชัดเจน หาก USD/JPY พุ่งเกินโซนแนวต้าน