เงินเฟ้อดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI: ตัวชี้วัดราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคซื้อ) ของสหรัฐ เพิ่มขึ้นเป็น 3.3% เมื่อเทียบรายปีในเดือนมีนาคม จาก 2.4% ในเดือนกุมภาพันธ์ ตรงตามคาดการณ์ ขณะที่ CPI รายเดือนเพิ่ม 0.9% หลังเพิ่ม 0.3% ในเดือนกุมภาพันธ์
เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI: ตัดราคาหมวดอาหารและพลังงานที่ผันผวนออก) เพิ่ม 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน และ 2.6% เมื่อเทียบรายปี หลังรายงานเผยแพร่ ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index: วัดค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าเงินหลัก) ลดลง 0.15% อยู่ที่ 98.65
คาดการณ์เงินเฟ้อและแรงกระแทกราคาน้ำมัน
ก่อนประกาศรายงาน ตลาดคาดว่า CPI จะอยู่ที่ 3.3% เมื่อเทียบรายปี และ 0.9% เมื่อเทียบรายเดือน ส่วน Core CPI คาด 0.3% และ 2.7% โดยมุมมองดังกล่าวเชื่อมโยงเงินเฟ้อที่สูงขึ้นกับราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น หลังสหรัฐและอิสราเอลโจมตีอิหร่าน
ตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ น้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI: ราคาน้ำมันอ้างอิงของสหรัฐ) เพิ่มขึ้นราว 40% แม้มีการประกาศหยุดยิง 2 สัปดาห์ ในเดือนมีนาคม WTI พุ่งเกือบ 50% จากราว 67 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ไปใกล้ 100 ดอลลาร์ช่วงปลายเดือน
ตลาดให้น้ำหนักราว 75% ว่าเฟด (Federal Reserve: ธนาคารกลางสหรัฐ) จะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.5%–3.75% ณ สิ้นปี จาก 17% เมื่อ 9 มีนาคม ระดับราคา EUR/USD ที่ถูกอ้างถึงคือ 1.1730, 1.1800, 1.1900 โดยมีแนวรับ (support: ระดับราคาที่มักช่วยพยุงไม่ให้ร่วงต่อ) ที่ 1.1650, 1.1560 และ 1.1500