ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ที่ไม่รวมอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบรายเดือนในเดือนมีนาคม โดยตลาดคาดไว้ 0.3%
ผลจริงต่ำกว่าคาด 0.1 จุดเปอร์เซ็นต์ ตัวเลขนี้คือ “Core CPI” หรือเงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งตัดราคาหมวดอาหารและพลังงานออก เพื่อให้เห็นแนวโน้มเงินเฟ้อที่แท้จริงชัดขึ้น เพราะสองหมวดนี้ผันผวนสูง
Core Cpi ต่ำกว่าคาด ส่งสัญญาณเฟดอาจลดดอกเบี้ยเร็วขึ้น
Core CPI เดือนมีนาคมที่ออกมาต่ำกว่าคาดที่ 0.2% ถือเป็นสัญญาณเชิงผ่อนคลาย (dovish: ท่าทีที่เอนเอียงไปทางลดดอกเบี้ย/ผ่อนนโยบายการเงิน) ที่สำคัญ และทำให้มุมมองว่าเงินเฟ้อยัง “เหนียว” (sticky: ลดลงช้าและดื้อด้าน) ถูกตั้งคำถามมากขึ้น จึงเพิ่มโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed/เฟด) จะลดดอกเบี้ยได้เร็วกว่าเดิม
หลังข่าวออก “ความน่าจะเป็นตามที่ตลาดประเมิน” ของการลดดอกเบี้ยเดือนมิถุนายน ซึ่งสะท้อนจาก Fed Funds futures (สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟด ใช้ดูว่าตลาดคาดดอกเบี้ยจะไปทางไหน) กระโดดจากราว 40% เป็นมากกว่า 65% ในช่วงเช้าวันนี้
กลยุทธ์ที่สอดคล้องกับแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง คือเตรียมทำสถานะที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยลดลง เช่น ซื้อสัญญาอนุพันธ์ (derivatives: เครื่องมือการเงินที่มูลค่าอิงสินทรัพย์/อัตราอื่น) ที่อ้างอิงดอกเบี้ยระยะสั้น อย่าง September SOFR futures (สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอัตรา SOFR ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงระยะสั้นของสหรัฐ) เพื่อ “ล็อก” อัตราดอกเบี้ยในอนาคตให้ต่ำลง ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ร่วงแรง 15 เบสพอยต์ (basis points: 1 เบสพอยต์ = 0.01%) ลงมาอยู่ที่ 4.50% หลังข่าว ยิ่งช่วยยืนยันมุมมองนี้
ความคาดหวังดอกเบี้ยต่ำลงเป็นแรงหนุนต่อตลาดหุ้น โดยเฉพาะหุ้นเติบโตและกลุ่มเทคโนโลยี อาจพิจารณาซื้อคอลออปชัน (call options: สิทธิในการซื้อสินทรัพย์ที่ราคาและเวลาที่กำหนด) ระยะใกล้บน Nasdaq 100 (NDX) เพื่อเก็งกำไรการเด้งขึ้นระยะสั้น ขณะที่ VIX (ดัชนีความผันผวนของ S&P 500 ใช้วัดความกลัวในตลาด) ลดลงต่ำกว่า 14 กลยุทธ์ขายพุทสเปรด (put spreads: ขายพุทและซื้อพุทอีกตัวเพื่อจำกัดความเสี่ยง) บน S&P 500 เป็นทางเลือกในการรับพรีเมียม (premium: เงินที่ได้จากการขายออปชัน) โดยกำหนดกรอบความเสี่ยงไว้ชัดเจน
เฟดที่ผ่อนคลายมากขึ้นมักทำให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่น ๆ จึงอาจมองกลยุทธ์ออปชันฝั่งบวก (bullish options strategies: กลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์เมื่อราคาขึ้น) บนคู่เงิน EUR/USD (ยูโร/ดอลลาร์) ดอลลาร์ที่อ่อนยังช่วยหนุนสินค้าโภคภัณฑ์ ทำให้คอลออปชันบนสัญญาทองคำล่วงหน้าเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง (hedge: ลดผลกระทบจากความไม่แน่นอน) ที่น่าสนใจ
ปลายปี 2023 กลับมาเป็นแบบอย่างอีกครั้ง
บรรยากาศรอบนี้คล้ายกับช่วง “เปลี่ยนทิศทาง” (pivot: การเปลี่ยนจากขึ้นดอกเบี้ยไปสู่หยุดขึ้น/เตรียมลด) ที่ตลาดเห็นในปลายปี 2023 ตอนนั้นรายงานเงินเฟ้อที่ชะลอลงต่อเนื่องทำให้เฟดส่งสัญญาณใกล้จบรอบขึ้นดอกเบี้ย และจุดชนวนให้หุ้นและพันธบัตรปรับขึ้นแรง เรามองว่าตลาดกำลังเริ่ม “ปรับราคาใหม่” (repricing: ปรับมูลค่าสินทรัพย์ให้สะท้อนข้อมูล/คาดการณ์ใหม่) ในลักษณะใกล้เคียงกันอีกครั้ง