ราคาน้ำมันปรับขึ้นเป็นวันที่สองในวันศุกร์ โดยน้ำมันดิบสหรัฐเวสต์เทกซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ใกล้ระดับ 93.00 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่การสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: เส้นทางเดินเรือสำคัญสำหรับขนส่งน้ำมันของโลก) ยังถูกจำกัด ส่งผลให้เกิด “การปิดกั้นโดยพฤตินัย” (de facto blockade: ไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ แต่สถานการณ์จริงทำให้เดินเรือได้ยาก) และเพิ่มแรงกดดันต่อการหยุดยิงระหว่างอิหร่านที่ยังเปราะบาง
ข้อมูลจาก Hormuz Strait Monitor ระบุว่าในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีเรือเพียง 12 ลำผ่านเส้นทางดังกล่าว เทียบกับก่อนสงครามที่เคยสูงสุดราว 140 ลำต่อวัน ประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวถึงการบริหารจัดการช่องแคบที่ย่ำแย่ของทางการอิหร่าน และโพสต์บน Truth Social (แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย) ว่า “That was not the agreement we had” (“นั่นไม่ใช่ข้อตกลงที่เรามีร่วมกัน”)
Peace Talks Remain Uncertain
การเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน ที่คาดว่าจะเริ่มในวันเสาร์ยังไม่แน่นอน เตหะรานระบุว่าจะไม่เข้าร่วมการเจรจาจนกว่าอิสราเอลจะยุติการโจมตีเลบานอน
อิสราเอลระบุว่าได้อนุมัติให้มีการพูดคุยโดยตรงกับทางการเลบานอน แต่ย้ำว่าปฏิบัติการต่อกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ (Hezbollah: กลุ่มการเมืองและกองกำลังติดอาวุธในเลบานอน) จะดำเนินต่อไป อิหร่านเตือนว่าจะตอบโต้รุนแรงหากการโจมตียังดำเนินต่อ และมีรายงานว่าฮิซบอลเลาะห์ยิงขีปนาวุธไปยังอิสราเอล
ตลาดยังจับตาดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐ (CPI: ตัวชี้วัดเงินเฟ้อว่าราคาสินค้าและบริการสำหรับผู้บริโภคเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด) ซึ่งจะประกาศในวันศุกร์ แรงกดดันด้านราคา (เงินเฟ้อ) คาดว่าจะสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed: ธนาคารกลางของสหรัฐที่กำหนดนโยบายดอกเบี้ย) ทำให้ตลาดคาดว่าอาจมีการขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งในปีนี้
มีการแก้ไขข้อมูลเมื่อวันที่ 10 เมษายน เวลา 10:15 GMT ระบุว่าการเจรจาคาดว่าจะเริ่มวันเสาร์ ไม่ใช่วันอังคาร