เงินยูโรปรับขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเงินปอนด์ในวันศุกร์ โดยขยับขึ้นเหนือระดับ 0.8700 ในช่วงต้นของการซื้อขายตลาดยุโรป อย่างไรก็ดี ตลอดสัปดาห์ยังมีแนวโน้มอ่อนลงเล็กน้อย หลังทั้งสองสกุลเงินลดช่วงบวกเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ข้อตกลงหยุดยิงของอิหร่านเริ่มสะดุด
เตหะรานขู่ว่าจะถอนตัวออกจากกระบวนการสันติภาพ หลังการโจมตีของอิสราเอลทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 300 รายในเลบานอน ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าอิหร่านบริหารจัดการการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซผิดพลาด โดยเขียนบน Truth Social ว่า “นั่นไม่ใช่ข้อตกลงที่เรามี”
การหยุดชะงักของช่องแคบฮอร์มุซ
Hormuz Trail Monitor รายงานว่าในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีเรือ 7 ลำผ่านช่องแคบฮอร์มุซ คิดเป็นราว 5% ของจำนวนประมาณ 140 ลำต่อวันที่โดยปกติจะผ่านจุดนี้ก่อนเกิดสงคราม และมีรายงานว่าทางการอิหร่านเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือบรรทุกน้ำมัน
ข้อมูลเยอรมนีชี้ว่า “ดัชนีราคาผู้บริโภคแบบปรับให้เทียบกันได้” (Harmonised Index of Consumer Prices: HICP ซึ่งเป็นตัวชี้วัดเงินเฟ้อที่ปรับมาตรฐานให้ประเทศในยุโรปเปรียบเทียบกันได้) เพิ่มขึ้น 1.2% ในเดือนมีนาคม และเพิ่มขึ้น 2.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากเดิม 0.4% และ 2.0% การเพิ่มขึ้นเชื่อมโยงกับราคาพลังงานที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ตัวเลขดังกล่าวทำให้ตลาดคาดมากขึ้นว่า “ธนาคารกลางยุโรป” (European Central Bank: ECB) อาจปรับขึ้น “อัตราดอกเบี้ยนโยบาย” (ดอกเบี้ยหลักที่ธนาคารกลางใช้กำหนดทิศทางต้นทุนเงินในระบบ) โดยอาจเกิดขึ้นในเดือนเมษายน ขณะที่ “ธนาคารกลางอังกฤษ” (Bank of England: BoE) ถูกมองว่าใช้แนวทาง “รอดูสถานการณ์” และไม่น่าจะคุมเข้มนโยบายในระยะใกล้
มีการแก้ไขข้อมูลลงวันที่ 10 เมษายน เวลา 07:50 GMT ระบุว่าตัวเลขเทียบรายปีอยู่ที่ 2.8% จาก 2.0% ไม่ใช่ 2.7% จาก 1.9%