This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของ ABN AMRO ระบุว่า PMI ภาคการผลิตโลกปรับลดลงสู่ 51.3 โดยความขัดแย้งในอิหร่านทำให้ห่วงโซ่อุปทานสะดุด

by VT Markets
/
Apr 10, 2026

ดัชนี PMI ภาคการผลิตโลก (Purchasing Managers’ Index: ดัชนีชี้วัดทิศทางภาคการผลิตจากการสำรวจผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ) ลดลงจาก 51.8 ในเดือนกุมภาพันธ์ เหลือ 51.3 ในเดือนมีนาคม หลังแตะระดับสูงสุดในรอบ 44 เดือนในเดือนกุมภาพันธ์ โดยการอ่อนตัวเชื่อมโยงกับความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นของความขัดแย้งสหรัฐ/อิสราเอล–อิหร่าน ซึ่งเริ่มเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์

ตลาดเกิดใหม่ (Emerging markets: ประเทศเศรษฐกิจกำลังพัฒนา) รวมถึงจีนและอินเดีย เป็นตัวนำการชะลอตัวของภาวะภาคการผลิต ขณะที่ตลาดพัฒนาแล้ว (Developed markets: ประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว) ดูแข็งแรงกว่า ส่วนหนึ่งเพราะ “เวลาส่งมอบ” ยาวขึ้น

ห่วงโซ่อุปทานโลกตึงตัว

เวลาส่งมอบที่ยาวขึ้นถูกมองเป็นสัญญาณของอุปทานสะดุด (Supply disruption: การส่งมอบ/การผลิตติดขัด) ที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งอิหร่าน ดัชนีคอขวดอุปทานโลก (Supply bottlenecks index: ตัวชี้วัดความติดขัดของการขนส่งและการจัดหาวัตถุดิบ) กลับไปอยู่ในโซน “คอขวดเด่น/อุปสงค์มากกว่าอุปทาน” (อุปสงค์คือความต้องการซื้อ อุปทานคือปริมาณสินค้าที่มี)

รายงานยังชี้ว่าราคาต้นทุน (Input prices: ราคาวัตถุดิบ/พลังงาน/ค่าขนส่งที่ใช้ผลิต) และราคาขาย (Output prices: ราคาสินค้าสำเร็จรูปที่ผู้ผลิตขาย) เพิ่มขึ้น ส่งผลให้แรงกดดันเงินเฟ้อทั่วโลกสูงขึ้น พร้อมอ้างถึงการปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อของยูโรโซน เนเธอร์แลนด์ สหรัฐ และจีน

บทความนี้จัดทำด้วยเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: ระบบคอมพิวเตอร์ที่ช่วยประมวลผลและเขียนเนื้อหา) และผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการ

การวางกลยุทธ์รับความผันผวน

ขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณคล้ายช่วงดังกล่าว ทำให้ตลาดมีโอกาสผันผวนสูง แม้ดัชนี S&P Global US Manufacturing PMI เดือนมีนาคม 2026 ยังขยายตัวที่ 52.5 แต่ดัชนีย่อย “ราคาที่จ่าย” (Prices paid sub-index: ตัวชี้วัดต้นทุนที่ผู้ผลิตจ่าย) เพิ่มขึ้นแรงสุดในรอบกว่าหนึ่งปี สะท้อนว่าแรงกดดันเงินเฟ้อกำลังก่อตัว

แนวโน้มนี้สอดคล้องกับข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุด โดยดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐ (CPI: Consumer Price Index วัดการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคซื้อ) เดือนมีนาคม 2026 ออกมาสูงกว่าคาดเล็กน้อยที่ 3.1% เงินเฟ้อที่ยังยืดเยื้อทำให้การคาดหวัง “ลดดอกเบี้ย” อาจมองโลกในแง่ดีเกินไป เพิ่มโอกาสที่ดอกเบี้ยจะ “สูงนาน” (Higher for longer: ดอกเบี้ยอยู่ระดับสูงต่อเนื่อง) ซึ่งกระทบมูลค่าสินทรัพย์ (Valuation: การประเมินมูลค่าหุ้น/พันธบัตร)

ด้วยเหตุนี้ ผู้ลงทุนระยะสั้นควรพิจารณาซื้อเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากการแกว่งตัวฉับพลัน เช่น ออปชันซื้อ VIX (VIX call options: สิทธิซื้อสัญญาที่อ้างอิงดัชนีความผันผวนของตลาดสหรัฐ) หรือใช้กลยุทธ์สแตรดเดิล (Straddle: ซื้อออปชันซื้อและออปชันขายที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน เพื่อได้ประโยชน์เมื่อราคาขยับแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง) บนดัชนีหลัก กลยุทธ์เหล่านี้ได้ประโยชน์เมื่อ “ความผันผวนโดยนัย” เพิ่มขึ้น (Implied volatility: ความผันผวนที่สะท้อนอยู่ในราคาออปชัน)

ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity markets: ตลาดน้ำมัน โลหะ สินค้าเกษตร) ผลจากข้อจำกัดด้านอุปทานเริ่มชัด โดยน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude: ราคามาตรฐานน้ำมันดิบตลาดโลก) ขยับเหนือ 92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากปัญหาการขนส่งรอบใหม่ ผู้ลงทุนอาจใช้ออปชันซื้อในน้ำมันและโลหะอุตสาหกรรมเพื่อรับโอกาสด้านบวกจากแรงกระแทกด้านอุปทาน โดยกำหนดความเสี่ยงสูงสุดได้ชัดเจน (ความเสี่ยงจำกัดที่ค่าเบี้ยออปชัน)

ความคาดหวังว่าการลดดอกเบี้ยจะเลื่อนออกไปยังหนุนดอลลาร์สหรัฐให้แข็งค่า ผู้ลงทุนสามารถใช้ออปชันบนคู่เงิน (Currency pairs: คู่สกุลเงิน เช่น EUR/USD) เพื่อวางตำแหน่งรับดอลลาร์แข็งเมื่อเทียบกับสกุลเงินของประเทศที่ธนาคารกลางมีแนวโน้มผ่อนคลายมากกว่า (Dovish: เน้นลดดอกเบี้ย/กระตุ้นเศรษฐกิจ) นอกจากนี้ การทำสวอปอัตราดอกเบี้ย (Interest rate swaps: สัญญาแลกเปลี่ยนดอกเบี้ยจ่ายคงที่กับดอกเบี้ยลอยตัว) ช่วยลดความเสี่ยงของพอร์ตหากดอกเบี้ยไม่ลดลงตามคาด

Create your live VT Markets account and start trading now.

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code