ดอลลาร์สหรัฐขยับแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสในวันพฤหัสบดี และทรงตัวเหนือ 0.7900 หลังรีบาวด์จาก 0.7870 โดยบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงยังซบเซา เพราะการหยุดยิงอิหร่านเริ่มมีสัญญาณตึงเครียด ซึ่งหนุนแรงซื้อดอลลาร์สหรัฐ
ไม่นานหลังมีการประกาศหยุดยิง อิหร่านได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: เส้นทางเดินเรือขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก) อิหร่านระบุว่าอิสราเอลละเมิดบางส่วนของข้อเสนอ ด้วยการโจมตีในเลบานอนซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 180 ราย
ความเสี่ยงของการหยุดยิงและปฏิกิริยาตลาด
อิสราเอลและสหรัฐระบุว่า ปฏิบัติการต่อกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนไม่อยู่ในข้อตกลง ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนว่าจะมีการดำเนินการเพิ่มเติม หากเตหะรานไม่ทำตามเงื่อนไข
สหรัฐและอิหร่านระบุว่าจะส่งคณะผู้แทนไปเจรจาสันติภาพที่ปากีสถานในวันเสาร์ ตลาดยังระมัดระวัง เพราะความขัดแย้งอาจกลับมาปะทุได้
ฝั่งสหรัฐ รายงานการประชุมล่าสุดของเฟด (Federal Reserve: ธนาคารกลางสหรัฐ) สะท้อนท่าที “ชั่งน้ำหนัก” มากขึ้น โดยยังมีโอกาสลดดอกเบี้ย แต่เจ้าหน้าที่บางรายพูดถึงการคุมเข้มนโยบายการเงิน (ใช้นโยบายเข้มเพื่อกดเงินเฟ้อ เช่น คง/ขึ้นดอกเบี้ย) หากเงินเฟ้อสูงกว่าเป้าหมาย 2% เป็นเวลานาน
ต่อมาในวันพฤหัสบดี สหรัฐจะเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE Prices Index: ตัวชี้วัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ) ก่อนการประกาศดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI: วัดเงินเฟ้อจากตะกร้าสินค้าและบริการของผู้บริโภค) ในวันศุกร์ ซึ่งเป็นข้อมูลเดือนมีนาคม และถูกมองว่าสะท้อนผลของสงครามได้ชัดกว่า
ข้อมูลสำคัญและแนวโน้มความผันผวน
สวิตเซอร์แลนด์รายงานอัตราว่างงานเดือนมีนาคมทรงตัวที่ 3% ส่วนปฏิทินเศรษฐกิจสัปดาห์นี้ค่อนข้างเงียบ