EUR/JPY ฟื้นตัวหลังขาดทุนเล็กน้อยในวันก่อนหน้า และซื้อขายใกล้ 185.30 ในช่วงตลาดยุโรปวันพฤหัสบดี บนกราฟรายวัน คู่เงินยังไต่ระดับอยู่ใน “ช่องขาขึ้น” (ascending channel: กรอบราคาที่เคลื่อนขึ้นด้วยเส้นแนวรับ-แนวต้านเอียงขึ้น)
คู่เงินยังยืนเหนือ “ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เอ็กซ์โปเนนเชียล” 9 วัน และ 50 ช่วงเวลา (EMA: ค่าเฉลี่ยราคาที่ให้น้ำหนักกับข้อมูลล่าสุดมากกว่า) ดัชนี RSI อยู่ที่ 61.38 (RSI: ดัชนีวัดแรงซื้อ-แรงขาย โดยทั่วไปเหนือ 70 มักเรียกว่าซื้อมากเกินไป) สะท้อนโมเมนตัมขาขึ้น แต่ยังไม่ร้อนแรงเกินไป
Key Resistance Levels
แนวต้านใกล้สุดอยู่แถวขอบบนของช่องขาขึ้นบริเวณ 185.70 หากทะลุกรอบขึ้นไป อาจมุ่งสู่จุดสูงสุดตลอดกาลที่ 186.88 ซึ่งทำไว้เมื่อ 23 มกราคม
แนวรับแรกอยู่ที่ EMA 9 วัน บริเวณ 184.52 หากหลุดระดับนี้ อาจเห็น EMA 50 วัน แถว 183.64 ตามด้วยขอบล่างของช่องขาขึ้นใกล้ 183.00
บทวิเคราะห์ทางเทคนิคนี้จัดทำโดยอาศัยเครื่องมือ AI
จากโครงสร้างทางเทคนิคปัจจุบัน แนวโน้มขาขึ้นของ EUR/JPY มีโอกาสเดินหน้าต่อ คู่เงินยังเคลื่อนไหวในช่องขาขึ้นอย่างชัดเจน และ RSI ยังแข็งแรงแต่ยังไม่เข้าภาวะซื้อมากเกินไป จึงยังมีพื้นที่ให้ปรับขึ้นได้ ภาพดังกล่าวยังสอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐาน โดยเงินเฟ้อพื้นฐานของยูโรโซน (core inflation: เงินเฟ้อที่ตัดราคาสินค้าที่ผันผวนสูงอย่างอาหารและพลังงานออก) เดือนมีนาคม 2026 อยู่ที่ 2.7% ทำให้ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ยังถูกกดดันให้คงท่าทีคุมเข้ม (restrictive stance: คงดอกเบี้ยสูง/นโยบายการเงินตึงตัวเพื่อกดเงินเฟ้อ)
Options Trade Ideas
ในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า มองโอกาสซื้อ “คอลออปชัน” (call option: สิทธิในการซื้อสินทรัพย์อ้างอิงที่ราคาใช้สิทธิ) ที่ราคาใช้สิทธิ (strike price: ราคาที่กำหนดไว้ในสัญญา) สูงกว่าแนวต้าน 185.70 เล็กน้อย เลือกวันหมดอายุปลายพฤษภาคมหรือมิถุนายน 2026 เพื่อให้มีเวลาพอในการทดสอบจุดสูงสุดเดิม 186.88 โดย “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility: ความผันผวนที่สะท้อนจากราคาออปชัน) ยังอยู่ในระดับไม่สูง ทำให้ต้นทุนในการเข้าซื้อดูน่าสนใจ
อีกทางเลือกสำหรับผู้ที่รับการขายเบี้ยได้ คือทำ “บูลพุตสเปรด” (bull put spread: กลยุทธ์ขายพุตออปชันราคาใช้สิทธิสูงกว่า และซื้อพุตราคาใช้สิทธิต่ำกว่าเพื่อลดความเสี่ยง) โดยขาย “พุตออปชัน” (put option: สิทธิในการขาย) ที่ราคาใช้สิทธิต่ำกว่าขอบล่างของช่องขาขึ้นราว 183.00 และซื้อพุตที่ราคาใช้สิทธิต่ำกว่านั้นเพื่อคุ้มครอง กลยุทธ์นี้ช่วยรับ “พรีเมียม” (premium: ค่าเบี้ยออปชัน) โดยคาดว่าคู่เงินจะไม่หลุดกรอบแรงในระยะใกล้
เมื่อมองย้อนกลับ ธนาคารกลางญี่ปุ่นเริ่มขยับสู่การทำให้นโยบายกลับสู่ปกติในปี 2024 และ 2025 แต่ยังไม่ช่วยหยุดการอ่อนค่าของเยนได้มากนัก อย่างไรก็ดี ควรใช้ EMA 9 วัน ที่ 184.52 เป็นระดับความเสี่ยงสำคัญ หากหลุดลงอย่างชัดเจน จะเป็นสัญญาณแรกว่าโมเมนตัมขาขึ้นเริ่มอ่อนลง และควรลดสถานะซื้อ (long exposure: การถือฝั่งคาดว่าราคาจะขึ้น)