สต็อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ ตามข้อมูล API ลดลงเหลือ 3.719 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 3 เม.ย. จาก 10.263 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ก่อนหน้า
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ลดลง 6.544 ล้านบาร์เรล
เราพบว่าการเพิ่มขึ้นของสต็อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ชะลอลงอย่างมาก จากการเพิ่มขึ้นสูงถึง 10.263 ล้านบาร์เรล เหลือเพิ่มเพียง 3.719 ล้านบาร์เรล การชะลอตัวอย่างแรงนี้เป็นสัญญาณบวกต่อราคา (bullish) หมายถึงโอกาสที่ภาวะน้ำมันล้นตลาดอาจคลี่คลายเร็วขึ้นกว่าที่คาด ตลาดจะจับตารายงานทางการของ EIA อย่างใกล้ชิดเพื่อยืนยันแนวโน้มนี้ (EIA คือหน่วยงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ ที่รายงานข้อมูลสต็อกอย่างเป็นทางการ)
การเพิ่มขึ้นของสต็อกที่น้อยลงน่าจะเกี่ยวข้องกับโรงกลั่นเร่งเพิ่มกำลังการผลิตก่อนฤดูขับรถหน้าร้อน อัตราการใช้กำลังการกลั่นของสหรัฐฯ ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 91.5% ซึ่งเป็นระดับสูงตามฤดูกาล สะท้อนการเพิ่มการผลิตน้ำมันเบนซิน การใช้น้ำมันดิบมากขึ้นเป็นปัจจัยหนุนราคา โดย WTI (น้ำมันดิบอ้างอิงของสหรัฐฯ) ยังทรงตัวเหนือ 86 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ด้วยสัญญาณอุปทานที่ตึงตัวขึ้น ควรพิจารณากลยุทธ์รับโอกาสราคาปรับขึ้นผ่าน call options (ออปชันซื้อ คือสิทธิในการซื้อที่ราคาอ้างอิง) หรือ bull call spreads (ซื้อออปชันซื้อและขายออปชันซื้ออีกตัวที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่า เพื่อลดต้นทุนและจำกัดกำไรสูงสุด) บนสัญญา WTI เดือนมิถุนายน ข้อมูลนี้ยังหนุนภาวะ backwardation (โครงสร้างราคาที่ราคาส่งมอบใกล้สูงกว่าราคาส่งมอบไกล สะท้อนของตึงมือในระยะสั้น) ซึ่งเอื้อผู้ถือสถานะซื้อ (long) เพราะราคาปัจจุบันสูงกว่าอนาคต โครงสร้างนี้บ่งชี้ว่าตลาดตึงตัวในระยะสั้นและนักลงทุนอาจใช้โอกาสนี้ได้