BBH คาดว่า ธนาคารกลางอินเดีย (RBI), ธนาคารกลางโปแลนด์ (NBP), ธนาคารกลางเปรู (BCRP) และธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมสัปดาห์นี้ โดยการ “คงดอกเบี้ย” ของแต่ละแห่งมีความเสี่ยงเอนเอียงคนละทิศทาง
RBI คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 5.25% เป็นการคงติดต่อกันครั้งที่สองในการประชุมวันพุธ ประเด็นที่อาจเปลี่ยนคือการปรับ “ท่าที” จากเป็นกลางไปสู่เข้มงวดมากขึ้น (หมายถึงส่งสัญญาณพร้อมใช้นโยบายการเงินตึงตัวเพื่อกดเงินเฟ้อ) จากแนวโน้มเงินเฟ้อที่อ่อนลง
ธนาคารกลางที่คาดว่าจะคงดอกเบี้ย
NBP คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.75% ในวันพฤหัสบดี หลังลดดอกเบี้ย 25 bps เมื่อ 4 มีนาคม (bps = เบซิสพอยต์; 100 bps เท่ากับ 1%) ตลาดสว็อปอัตราดอกเบี้ย (interest-rate swaps = สัญญาแลกเปลี่ยนกระแสดอกเบี้ย ใช้สะท้อน/เดิมพันทิศทางดอกเบี้ย) สะท้อนโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยรวม 60 bps ใน 12 เดือนข้างหน้า
BCRP คาดว่าจะคงดอกเบี้ยที่ 4.25% เป็นครั้งที่ 7 ติดต่อกันในวันพฤหัสบดี โดยเงินเฟ้อ CPI ทั้งแบบทั่วไป (headline = รวมทุกหมวด) และแบบพื้นฐาน (core = ตัดหมวดผันผวนอย่างอาหารสด/พลังงาน) ปรับขึ้นในเดือนมีนาคมและสูงเกินกรอบเป้าหมาย 1-3% ของธนาคารกลาง ทำให้ยังมีโอกาส “ขึ้นดอกเบี้ย”
BOK คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.50% เป็นครั้งที่ 7 ติดต่อกันในวันศุกร์ ความเป็นไปได้คือส่งสัญญาณเข้มงวดมากขึ้น (hawkish = เน้นคุมเงินเฟ้อ มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย) โดยเปลี่ยนจากมุมมอง “คงดอกเบี้ย” ไปเป็นมีโอกาส “ขึ้นดอกเบี้ย” ในช่วง 6 เดือนข้างหน้า
นัยต่อการวางตำแหน่งในอนุพันธ์
สำหรับอินเดีย ความเป็นไปได้ที่ RBI จะเปลี่ยนไปสู่ท่าทีเข้มงวดได้เกิดขึ้นจริงในปี 2025 โดยดอกเบี้ยนโยบายขยับขึ้นไปที่ 6.50% ก่อนหยุดขึ้น เมื่อเงินเฟ้อชะลอลงมาอยู่ที่ 5.1% ณ ก.พ. 2026 แต่ยังสูงกว่าเป้าหมาย โฟกัสของตลาดจึงเปลี่ยนจาก “ขึ้นดอกเบี้ย” ไปเป็น “เมื่อไรจะเริ่มลดดอกเบี้ย” เทรดเดอร์ควรใช้ OIS (overnight indexed swaps = สว็อปที่อ้างอิงอัตราดอกเบี้ยข้ามคืน ใช้เก็ง/ป้องกันความเสี่ยงดอกเบี้ยนโยบาย) เพื่อเดิมพันว่าดอกเบี้ยนโยบายจะยังอยู่ระดับสูงต่อเนื่องไปจนถึงช่วงฤดูร้อนก่อนเริ่มผ่อนคลาย
ในโปแลนด์ มุมมองตลาดเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยในปี 2025 ก็ถูกต้อง โดย NBP ปรับดอกเบี้ยขึ้นไปที่ 5.75% ในช่วงปลายปีนั้น ปัจจุบันสถานการณ์กลับทาง โดยข้อมูลเงินเฟ้อเดือนมี.ค. 2026 ลดลงแรงเหลือ 2.5% อยู่ในกรอบเป้าหมายของธนาคารกลาง สะท้อนว่าเทรดเดอร์ควรวางตำแหน่งรับการ “ลดดอกเบี้ย” ผ่าน FRA (forward rate agreements = สัญญากำหนดอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้า ใช้ล็อก/เก็งอัตราดอกเบี้ยในอนาคต) อ้างอิงเงินซลอตี เนื่องจาก NBP มีช่องว่างผ่อนคลายนโยบายได้มาก
ในเปรู ความเสี่ยงเงินเฟ้อด้านสูงที่เห็นในปี 2025 ทำให้ BCRP เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อ ก่อนจะเป็นหนึ่งในธนาคารกลางกลุ่มแรกที่เริ่มลดดอกเบี้ย ปัจจุบันดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 6.00% และทยอยลดลงจากจุดสูงสุดตามเงินเฟ้อที่เย็นลงมาเหลือ 2.8% ต่อปี เทรดเดอร์ควรใช้ออปชัน (options = สิทธิซื้อ/ขายที่ราคาในอนาคต ใช้ป้องกันความเสี่ยง) บนฟิวเจอร์สค่าเงินโซลเปรู เพื่อกันความเสี่ยงกรณีการลดดอกเบี้ย “หยุดพัก” เพราะตลาดอาจรับรู้การลดดอกเบี้ยไปมากแล้ว (priced in = สะท้อนอยู่ในราคาตลาดแล้ว)
แนวโน้มเข้มงวดที่คาดจาก BOK ในปี 2025 ส่งผลให้ดอกเบี้ยปรับขึ้นมาอยู่ที่ 3.50% และทรงตัวมากว่าหนึ่งปี ขณะนี้ BOK อยู่ในภาวะตัดสินใจยาก เพราะเงินเฟ้อยังลดลงช้า (sticky = ดื้อ ไม่ลงง่าย) ที่ 3.1% แต่การส่งออกเริ่มอ่อนแรง ข้อมูลที่ขัดแย้งกันนี้ทำให้เทรดเดอร์อาจใช้กลยุทธ์อย่าง strangle (สแตรงเกิล = ซื้อออปชันซื้อและออปชันขายคนละราคา เพื่อได้ประโยชน์เมื่อราคาผันผวนแรงไม่ว่าทิศทางไหน) บนฟิวเจอร์สพันธบัตรรัฐบาลเกาหลี (Korean Treasury Bond futures = สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอิงราคาพันธบัตรรัฐบาล) เพื่อทำกำไรจากโอกาสที่ความผันผวนจะพุ่งเมื่อธนาคารกลางถูกบีบให้ต้องขยับนโยบายในที่สุด