This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

ผู้บริโภคสหรัฐฯ คาดเงินเฟ้อ 3.4% ในอีก 1 ปีข้างหน้า ตามผลสำรวจเดือนมีนาคมของเฟดนิวยอร์ก

by VT Markets
/
Apr 7, 2026

ผลสำรวจความคาดหวังของผู้บริโภค (Survey of Consumer Expectations) เดือนมีนาคมของเฟดนิวยอร์ก (New York Fed) ระบุว่า ความคาดหวังเงินเฟ้อ (inflation expectations: การคาดการณ์ว่า “ราคาสินค้าและบริการ” จะปรับขึ้น) ระยะ 1 ปี เพิ่มเป็น 3.4% สูงขึ้น 0.4 จุดเปอร์เซ็นต์จาก 3.0% ในเดือนกุมภาพันธ์ นับเป็นการเพิ่มขึ้นรายเดือนแรงที่สุดในรอบ 1 ปี และสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 3.34%

ผู้ตอบแบบสำรวจเชื่อมโยงการปรับขึ้นดังกล่าวกับความคาดว่าราคาน้ำมันเบนซินและราคาอาหารจะสูงขึ้นเป็นหลัก ขณะเดียวกัน แบบสำรวจยังระบุว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังเพิ่มความกังวลเรื่องค่าครองชีพ

ความคาดหวังเงินเฟ้อระยะยาว

ตัวชี้วัดระยะยาวเปลี่ยนแปลงน้อยกว่ามุมมองระยะ 1 ปี โดยความคาดหวังระยะ 3 ปี ขยับขึ้นเล็กน้อยเป็น 3.1% ส่วนระยะ 5 ปี ทรงตัวที่ 3.0%

เฟดคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมีนาคม และ “ดอตพลอต” (dot plot: กราฟที่สะท้อนมุมมองของกรรมการต่อทิศทางดอกเบี้ยนโยบายในอนาคต) ชี้ว่ามีแนวโน้มลดดอกเบี้ย 1 ครั้งในช่วงที่เหลือของปี 2026 ขณะที่ CME FedWatch (เครื่องมือที่ประเมินโอกาสการขึ้น/ลงดอกเบี้ยจากราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้า) ให้น้ำหนัก 89.2% ว่าดอกเบี้ยจะคงไว้จนถึงเดือนมิถุนายน และมีโอกาสมากกว่ากึ่งหนึ่งที่จะ “ไม่ลดดอกเบี้ย” ตลอดช่วงที่เหลือของปี

JPMorgan คาดว่า “ไม่ลดดอกเบี้ย” ในปีนี้ และคาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% (25 เบซิสพอยต์; basis point: หน่วย 0.01% ดังนั้น 25 เบซิสพอยต์ = 0.25%) ในไตรมาส 3 ปี 2027 ส่วนรายงานการประชุม FOMC (FOMC minutes: บันทึกรายละเอียดการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของสหรัฐ) มีกำหนดเผยแพร่วันพุธ

เงินเฟ้อวัดจากการปรับขึ้นของราคาใน “ตะกร้าสินค้าและบริการ” และรายงานทั้งแบบ MoM (Month-on-Month: เทียบเดือนก่อนหน้า) และ YoY (Year-on-Year: เทียบปีก่อน) ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core inflation: ตัดราคาหมวดอาหารและพลังงานที่ผันผวนออก) มักถูกใช้เป็นตัวชี้หลัก โดยเป้าหมายโดยทั่วไปอยู่ใกล้ 2%

นัยต่อตลาดและการซื้อขาย

CPI (Consumer Price Index: ดัชนีราคาผู้บริโภค วัดการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าและบริการที่ประชาชนซื้อ) วัดการเปลี่ยนแปลงราคาในลักษณะใกล้เคียงกัน รวมถึง Core CPI โดยเงินเฟ้อสูงมักทำให้ดอกเบี้ยมีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งอาจหนุนค่าเงินและกดดันทองคำ ในทางกลับกัน เงินเฟ้อต่ำอาจให้ผลตรงข้าม

การที่ความคาดหวังเงินเฟ้อระยะ 1 ปีพุ่งขึ้นเป็น 3.4% สะท้อนท่าที “เข้มงวด” ของเฟด (hawkish: เน้นคุมเงินเฟ้อ ทำให้ดอกเบี้ยมีแนวโน้มสูง/สูงนาน) ข้อมูลผู้บริโภคนี้สอดคล้องกับรายงาน CPI เดือนมีนาคมล่าสุดที่บ่งชี้ว่าเงินเฟ้อยัง “เหนียว” ที่ 3.5% (sticky: ลดลงยาก) จึงยังแทบไม่มีปัจจัยสนับสนุนให้คาดหวังการลดดอกเบี้ย โดยมุมมองนี้ชี้ว่าอัตราดอกเบี้ยน่าจะอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องไปจนถึงช่วงฤดูร้อน

แม้ความคาดหวังเงินเฟ้อระยะยาวทรงตัว ซึ่งบ่งชี้ว่าเฟดไม่น่าตื่นตระหนกจนต้องขึ้นดอกเบี้ยแรง แต่เงินเฟ้อระยะสั้นที่ลดลงยากทำให้โอกาสการผ่อนคลายนโยบายเร็ว ๆ นี้ลดลง ด้าน VIX (ดัชนีความผันผวนคาดการณ์ของตลาดหุ้นสหรัฐ) ซึ่งเป็นตัวชี้ความผันผวนที่ตลาดคาดไว้ ยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำราว 15 ทำให้ “ออปชัน” (options: สัญญาสิทธิในการซื้อหรือขายสินทรัพย์ที่ราคาและเวลาที่กำหนด) มีความน่าสนใจในแง่ต้นทุน เพื่อรับมือความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นก่อนการเผยแพร่รายงานการประชุม FOMC สัปดาห์นี้

ควรพิจารณาใช้ “ตราสารอนุพันธ์อัตราดอกเบี้ย” (interest rate derivatives: สัญญาการเงินที่มูลค่าเปลี่ยนตามดอกเบี้ย) เพื่อสะท้อนความเป็นไปได้ต่ำของการลดดอกเบี้ยปีนี้ การขายสัญญาฟิวเจอร์ส (futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้ามาตรฐาน) ที่อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย Fed Funds (อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นหลักของสหรัฐ) เป็นวิธีหนึ่งในการวางมุมมองว่า “ดอกเบี้ยจะไม่ลดง่าย” โดยบทเรียนจากการขึ้นดอกเบี้ยแรงในปี 2022–2023 สะท้อนว่าเฟดจะให้น้ำหนักกับการสกัดเงินเฟ้อก่อนการผ่อนคลายนโยบายเร็วเกินไป

สภาพแวดล้อมดอกเบี้ยลักษณะนี้หนุนมุมมอง “ถือดอลลาร์สหรัฐ” (long USD: คาดว่าดอลลาร์จะแข็งค่า) โดยราคาน้ำมันดิบ WTI (West Texas Intermediate: ราคาน้ำมันอ้างอิงของสหรัฐ) ทรงตัวเหนือ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังต่อเนื่อง ทำให้ดอลลาร์ได้แรงหนุนทั้งจากดอกเบี้ยที่สูงและบทบาท “สินทรัพย์ปลอดภัย” (safe haven: สินทรัพย์ที่มักถูกถือเมื่อความเสี่ยงสูง)

สำหรับหุ้น ดอกเบี้ยสูงต่อเนื่องเป็นแรงกดดันสำคัญ ทำให้กลยุทธ์ฝั่งมองลงต่อดัชนีหุ้นน่าสนใจขึ้น ขณะที่การถือครองสินทรัพย์ที่ไม่ให้ดอกผล เช่น ทองคำ มี “ต้นทุนค่าเสียโอกาส” (opportunity cost: ผลตอบแทนที่เสียไปเมื่อเลือกถือสินทรัพย์หนึ่งแทนอีกสินทรัพย์) สูงขึ้น จึงยังมีแรงกดดันต่อราคาทองคำ

สร้างบัญชีจริง VT Markets และ เริ่มเทรด ได้ทันที

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code