ING คาดว่า ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (RBNZ) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (policy rate: ดอกเบี้ยหลักที่ธนาคารกลางใช้กำหนดทิศทางการเงินของประเทศ) ไว้ที่ 2.25% ในการประชุมครั้งถัดไป นอกจากนี้ยังคาดว่าจะไม่มีการเผยแพร่ “คาดการณ์ใหม่” (forecasts: ตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจและเงินเฟ้อในอนาคต) และจะมีเพียงคำชี้นำ (guidance: แนวทางหรือสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางนโยบายในอนาคต) แบบจำกัด
การกำหนดราคาในตลาด (market pricing: การสะท้อนความคาดหวังของนักลงทุนผ่านราคาตราสารการเงิน) บ่งชี้ว่าช่วงครึ่งแรกของปีอาจแทบไม่มีการปรับดอกเบี้ยขึ้น โดยตลาด “ให้ราคาไว้” ว่าจะขึ้นดอกเบี้ยรวม 65bp ภายในสิ้นปี (bp หรือ basis point: หน่วยวัดอัตราดอกเบี้ย 1bp = 0.01%) รายงานระบุว่าการสื่อสารของผู้ว่าการ RBNZ แอนนา เบรมาน มีโทน “ผ่อนคลาย” (dovish: ส่งสัญญาณไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ยหรือให้ความสำคัญกับการพยุงเศรษฐกิจมากกว่า) จนถึงตอนนี้
New Zealand Dollar Performance
เงินดอลลาร์นิวซีแลนด์อ่อนกว่าดอลลาร์ออสเตรเลียในปีนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากสินค้าโภคภัณฑ์ภาคอุตสาหกรรม (industrial commodities: วัตถุดิบที่ใช้ในอุตสาหกรรม เช่น แร่เหล็ก โลหะ) น้อยกว่าออสเตรเลีย รายงานระบุว่าภาพนี้อาจดำเนินต่อไป เว้นแต่ RBNZ จะส่งสัญญาณ “เข้มงวด” เกินคาด (hawkish: ส่งสัญญาณมีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยหรือคุมเงินเฟ้อเข้ม) ในงานแถลงข่าว
เมื่อย้อนกลับไปต้นปี 2025 RBNZ อยู่ในท่าทีระมัดระวังและคงดอกเบี้ยไว้ที่ 2.25% โทนผ่อนคลายดังกล่าวทำให้ดอลลาร์นิวซีแลนด์ตามหลังดอลลาร์ออสเตรเลีย ขณะนั้นตลาดคาดเพียงการปรับดอกเบี้ยขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปตลอดทั้งปี
หลังจากนั้นสถานการณ์เปลี่ยนไปมาก เพราะแรงกดดันเศรษฐกิจต่างจากเดิม โดยตัวเลขเงินเฟ้อไตรมาส 1 ปี 2026 ของนิวซีแลนด์ออกมาสูงกว่าคาดที่ 4.8% และสูงกว่าออสเตรเลียที่ 4.2% เงินเฟ้อที่ยังสูงต่อเนื่องทำให้ธนาคารกลางต้องใช้ท่าทีเข้มงวดมากขึ้น
ดังนั้น RBNZ จึงเปลี่ยนจากการสื่อสารแบบผ่อนคลายเมื่อปีก่อน ไปสู่การดำเนินนโยบายที่เข้มงวดมากขึ้น “อัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างเป็นทางการ” (Official Cash Rate: อัตราดอกเบี้ยหลักที่ RBNZ ใช้เป็นฐานกำหนดดอกเบี้ยในระบบการเงิน) ขณะนี้อยู่ที่ 5.50% ต่างจากระดับในปี 2025 อย่างชัดเจน และตลาดกำลังให้ราคาว่าอย่างน้อยอาจมีการขึ้นดอกเบี้ยอีกสองครั้งก่อนสิ้นปีนี้
Commodity Dynamics And Trading Implications
ยังเห็นการกลับทิศของปัจจัยสินค้าโภคภัณฑ์ที่ก่อนหน้านี้หนุนฝั่งออสเตรเลีย โดยราคาประมูล Global Dairy Trade (GDT: ดัชนีราคาการประมูลผลิตภัณฑ์นมระดับโลก ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของนิวซีแลนด์) เพิ่มขึ้นกว่า 15% ตั้งแต่เดือนมกราคม ขณะที่ราคาแร่เหล็กอ่อนตัวลง ซึ่งเป็นแรงหนุนพื้นฐาน (fundamental tailwind: ปัจจัยเศรษฐกิจจริงที่ช่วยหนุนค่าเงิน) ให้ NZD เมื่อเทียบกับ AUD
สำหรับนักเทรดตราสารอนุพันธ์ (derivative traders: ผู้ซื้อขายเครื่องมือการเงินที่มูลค่าอ้างอิงสินทรัพย์อื่น เช่น ออปชัน ฟิวเจอร์ส) ภาพนี้สะท้อนว่ากลยุทธ์ในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้าอาจเปลี่ยนไป โดยมองว่าการวางสถานะเพื่อให้ NZD แข็งค่าเมื่อเทียบกับ AUD ยังน่าสนใจ อาจทำผ่านการถือออปชันคอล NZD/AUD (call options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อในราคาที่กำหนด เพื่อเก็งว่าราคาจะขึ้น) ความผันผวน (volatility: การแกว่งตัวของราคา) อาจเพิ่มขึ้นใกล้การประชุม RBNZ ครั้งถัดไป ทำให้ออปชันเป็นเครื่องมือที่ช่วยบริหารความเสี่ยง (manage risk: จำกัดผลขาดทุนที่อาจเกิด) และยังเปิดทางรับผลบวกหากมีสัญญาณเข้มงวดเกินคาด (hawkish surprises: การส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยหรือคุมเงินเฟ้อแรงกว่าที่ตลาดคาด)