นักวิเคราะห์ของ Nordea คาดว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะให้น้ำหนักกับเงินเฟ้อ (inflation: ราคาสินค้าและบริการโดยรวมเพิ่มขึ้น) มากกว่าการเติบโตเศรษฐกิจ ขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อและแรงกดดันด้านราคาเพิ่มขึ้น โดยประเมินว่า ECB จะขึ้นดอกเบี้ย 4 ครั้ง ครั้งละ 25 จุดฐาน (basis point/bp: 1 bp = 0.01% ดังนั้น 25 bp = 0.25%) เริ่มเดือนมิถุนายน
ตามคาดการณ์นี้ ECB จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 25bp ในการประชุมเดือนมิถุนายน และขึ้นต่ออีก 3 ครั้งในการประชุมถัด ๆ ไปติดต่อกัน ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก (deposit rate: ดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์ฝากเงินไว้กับ ECB) อยู่ที่ 3% ภายในเดือนตุลาคม
ความเสี่ยงเงินเฟ้อเป็นแรงขับหลักของนโยบาย
Nordea คาดว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากจะทรงตัวที่ 3% ไปจนถึงสิ้นปี 2027 และมองว่ามีความเสี่ยงที่ ECB อาจเริ่มขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้น หรือขึ้นมากกว่าที่ประเมินไว้
การขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกอาจเกิดเร็วสุดในเดือนเมษายน หรือการขึ้นในเดือนมิถุนายนอาจมากกว่า 25bp ขึ้นอยู่กับแนวโน้มราคา โดยเชื่อมโยงจังหวะแรกของการปรับขึ้นกับความขัดแย้งและราคาพลังงาน ส่วนการตัดสินใจระยะถัดไปขึ้นอยู่กับแรงกดดันเงินเฟ้อในวงกว้างและภาวะเศรษฐกิจ
ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ใหม่ ๆ ดันราคาพลังงานสูงขึ้น ทำให้ ECB อาจกลับมาให้ความสำคัญกับเงินเฟ้อเหนือการเติบโตเศรษฐกิจ การพุ่งขึ้นของน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude: ราคาน้ำมันอ้างอิงตลาดโลก) เกิน 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งแรงกดดันไปยังราคาสินค้าอื่น ๆ และทำให้นโยบายปัจจุบันของ ECB ถูกท้าทาย จึงมีโอกาสเห็นการขึ้นดอกเบี้ยอีกในปีนี้ แม้ก่อนหน้านี้คงดอกเบี้ยนาน
ตัวเลขประมาณการเบื้องต้น (flash estimate: ประมาณการเร็วจากข้อมูลบางส่วน) ล่าสุดของ Eurostat ระบุว่าเงินเฟ้อทั่วไป (headline inflation: เงินเฟ้อรวมทุกหมวด) เดือนมีนาคมขยับขึ้นเป็น 3.1% สูงกว่าเป้าหมาย 2% และเป็นการกลับทิศจากแนวโน้มเงินเฟ้อลดลงในช่วงปี 2025 โดย Nordea คาดว่า ECB จะขึ้นดอกเบี้ย 25bp ในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นการเปลี่ยนนโยบายครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งปี เพื่อส่งสัญญาณจริงจังในการสกัดแรงกดดันเงินเฟ้อรอบใหม่
การกำหนดราคาในตลาดและนัยต่อเส้นทางดอกเบี้ย
สำหรับผู้ซื้อขายอนุพันธ์ (derivatives: สัญญาการเงินที่มูลค่าอ้างอิงสินทรัพย์อื่น) หมายถึงตลาดอาจต้องสะท้อนเส้นทางดอกเบี้ยที่ตึงตัวขึ้น โดยสวอปอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น (short-term interest rate swaps: สัญญาแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยอิงดอกเบี้ยระยะสั้น) มีแนวโน้มถูกกดดันให้ปรับสูงขึ้น และตลาดออปชัน (options market: ตลาดสัญญาซื้อ/ขายล่วงหน้าที่มีสิทธิแต่ไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิ) อาจเผชิญความผันผวน (volatility: ความแกว่งของราคา) สูงขึ้น โดยเฉพาะใกล้วันประชุม ECB
คาดว่า ECB จะคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับดังกล่าวจนถึงสิ้นปี 2027 เพื่อทำให้เงินเฟ้อ “ยึดอยู่กับเป้าหมาย” (anchored: ความคาดหวังเงินเฟ้อไม่หลุดจากเป้า) และจากบทเรียนวงจรขึ้นดอกเบี้ยเร็วในปี 2022–2023 ECB สามารถตัดสินใจได้รวดเร็วเมื่อความคาดหวังเงินเฟ้อเสี่ยงหลุดกรอบ แม้กรณีฐานคือขึ้น 25bp ในเดือนมิถุนายน แต่หากตัวเลขเงินเฟ้อเดือนเมษายนออกมาสูงกว่าคาด อาจเพิ่มโอกาสการขึ้น 50bp (0.50%)