This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

คำสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐฯ (ไม่รวมหมวดกลาโหม) ลดลง 1.2% จากที่เพิ่มขึ้น 0.5% ก่อนหน้า

by VT Markets
/
Apr 7, 2026

คำสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐฯ (ไม่รวมอุปกรณ์ป้องกันประเทศ) ลดลง 1.2% ในเดือนกุมภาพันธ์ เทียบกับงวดก่อนหน้าที่เพิ่มขึ้น 0.5%

รายงานเดือนกุมภาพันธ์ที่ชี้ว่าคำสั่งซื้อสินค้าคงทน (ไม่รวมกลาโหม) ลดลง 1.2% ยืนยันสัญญาณเศรษฐกิจชะลอตัวที่ติดตามอยู่ การกลับมาหดตัวจากการขยายตัวเล็กน้อยในเดือนมกราคมสะท้อนว่า ภาคธุรกิจกำลังลดการลงทุนก้อนใหญ่ โดย “สินค้าคงทน” หมายถึง สินค้าที่มีอายุการใช้งานยาว เช่น เครื่องจักร อุปกรณ์โรงงาน ยานพาหนะ ซึ่งมักใช้เป็นตัวชี้วัดการลงทุนของภาคเอกชน นอกจากนี้ยังเป็นสัญญาณว่าอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นตั้งแต่ปี 2025 เริ่มกระทบแผนการใช้จ่ายของภาคธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม

สัญญาณเศรษฐกิจเริ่มเย็นลง

ข้อมูลการใช้จ่ายของภาคธุรกิจที่อ่อนแรง เมื่อรวมกับรายงานออนไลน์ล่าสุดที่ระบุว่า “ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค” (ตัวเลขที่บอกระดับความมั่นใจของผู้บริโภคต่อเศรษฐกิจและรายได้ในอนาคต) ปรับลดลงในเดือนมีนาคม ทำให้ภาพรวมชี้ไปทางเศรษฐกิจที่ชะลอลง ขณะเดียวกัน รายงานการจ้างงานเดือนมีนาคมที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ยังสนับสนุนมุมมองนี้ โดยพบว่า “การเติบโตของค่าจ้าง” ชะลอลงมากที่สุดในรอบกว่าหนึ่งปี สะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจชะลอตัวต่อเนื่องก่อนเข้าสู่ไตรมาส 2

ผลจากข้อมูลดังกล่าว ทำให้โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve: เฟด) จะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมเดือนพฤษภาคมลดลงมาก ขณะนี้การคาดการณ์ของตลาดที่อ้างอิงจาก “สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยเฟด (Fed funds futures)” ซึ่งเป็นเครื่องมือที่สะท้อนมุมมองตลาดต่อดอกเบี้ยนโยบาย บ่งชี้ว่ามีโอกาสมากกว่า 60% ที่เฟดจะคงดอกเบี้ย ซึ่งต่างจากท่าที “สายเข้ม” (hawkish: เน้นคุมเงินเฟ้อด้วยดอกเบี้ยสูง) ที่ตลาดเคยมองในช่วงปลายปีก่อน การเปลี่ยนมุมมองนี้เป็นปัจจัยสำคัญต่อการวางกลยุทธ์ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า

สำหรับ “อนุพันธ์หุ้น” (ตราสารที่มูลค่าขึ้นกับราคาหุ้นหรือดัชนี เช่น ออปชันและฟิวเจอร์ส) ควรพิจารณาป้องกันความเสี่ยงจากตลาดอ่อนตัว เพราะการเติบโตที่ชะลออาจกดดันกำไรบริษัท วิธีหนึ่งคือซื้อ “พุตออปชัน (put option)” ซึ่งเป็นสัญญาที่ให้สิทธิขายสินทรัพย์ที่ราคาใดราคาหนึ่ง เพื่อคุ้มครองพอร์ต หากอิงดัชนีกว้างอย่าง S&P 500 หรือกองทุน ETF กลุ่มอุตสาหกรรมที่ผันผวนตามวัฏจักรเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน “VIX” ซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนความผันผวนที่ตลาดคาดไว้ล่วงหน้า ปรับขึ้นจาก 14 เป็น 18 ทำให้ต้นทุนการป้องกันความเสี่ยงสูงขึ้น

ในตลาดอัตราดอกเบี้ย ข้อมูลนี้สนับสนุนมุมมองว่า “อัตราผลตอบแทนพันธบัตร” (bond yields: ผลตอบแทนที่นักลงทุนได้รับจากการถือพันธบัตร) อาจผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว สามารถใช้ “ออปชันบนสัญญาฟิวเจอร์สพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Treasury note futures)” เพื่อวางสถานะรับประโยชน์หากอัตราดอกเบี้ยลดลง โดยตลาดเริ่มคาดหวังการลดดอกเบี้ยในช่วงปลายปี อ้างอิงเหตุการณ์คล้ายกันในปี 2019 ช่วงเศรษฐกิจชะลอ “พันธบัตรรัฐบาล” มักทำผลงานได้ดีเมื่อผู้ลงทุนต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย

มุมมองนี้ยังส่งผลต่อค่าเงิน เพราะเฟดที่ไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ยมักทำให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า สามารถพิจารณากลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากดอลลาร์อ่อน เช่น ซื้อ “คอลออปชัน (call option)” ซึ่งเป็นสัญญาที่ให้สิทธิซื้อสินทรัพย์ที่ราคาใดราคาหนึ่ง บนเงินยูโรหรือเงินเยนญี่ปุ่น โดย “ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY)” ซึ่งวัดความแข็งแกร่งของดอลลาร์เทียบตะกร้าสกุลเงินหลัก ลดลงแล้ว 2% ในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา และข้อมูลพื้นฐานรอบนี้เป็นเหตุผลที่ทำให้แรงอ่อนค่ายังมีโอกาสต่อเนื่อง

ผลต่อค่าเงินและการวางสถานะ

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code