เฮนรี อัลเลน แห่ง Deutsche Bank ระบุว่า หุ้นสหรัฐและยุโรปปรับตัวลงน้อยกว่าช่วง “ช็อกน้ำมัน” (ราคาน้ำมันพุ่งแรงจนกระทบเศรษฐกิจและตลาดการเงิน) ในอดีต โดยตลาดดูเหมือนกำลัง “ตั้งราคา” ว่าความขัดแย้งจะสั้น ข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคยังแข็งแรง และธนาคารกลางยังมีท่าที “ผ่อนคลาย” (ยังไม่รีบขึ้นดอกเบี้ย). ดัชนี S&P 500 และดัชนี STOXX 600 ของยุโรปอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลราว 5–6%
ข้อมูลสหรัฐที่อ้างถึงรวมถึงรายงานการจ้างงานเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นฉบับแรกที่ครอบคลุมช่วงหลังเริ่มการโจมตีเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ รายงานระบุว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตร (nonfarm payrolls: จำนวนตำแหน่งงานใหม่ในระบบยกเว้นภาคเกษตร) เพิ่มขึ้น +178,000 ตำแหน่ง สูงสุดในรอบ 15 เดือน ขณะที่อัตราว่างงานลดลงเล็กน้อยสู่ 4.3%
บันทึกดังกล่าวอ้างถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ช็อกน้ำมันเกิดพร้อมกับตลาดหุ้นปรับฐานลง (drawdown: การลดลงจากจุดสูงสุดก่อนหน้า) และต่อมาฟื้นตัว ตัวอย่างเช่น ปี 1979–80 เมื่อพอล โวลเกอร์ ปรับขึ้นดอกเบี้ยแรง (ขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอย่างรวดเร็วเพื่อกดเงินเฟ้อ) และสหรัฐเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยต้นปี 1980 รวมถึงช่วงปี 1990–91
นอกจากนี้ยังอ้างถึงปี 2022 เมื่อธนาคารกลางทั่วโลกขึ้นดอกเบี้ยแรงในช่วงตลาดหมี (bear market: ตลาดที่ราคาปรับลงต่อเนื่องและความเชื่อมั่นอ่อนแอ) ก่อนจะตามมาด้วยการฟื้นตัวในปี 2023 และ S&P 500 ทำสถิติใหม่ได้ภายในต้นปี 2024
บทความระบุว่าใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ช่วยวิเคราะห์/สร้างข้อความจากข้อมูล) ในการจัดทำ และมีบรรณาธิการตรวจทาน