การเติบโตภาคบริการชะลอลง ความเสี่ยงเงินเฟ้อยังอยู่
อุปสงค์ดีขึ้น โดยดัชนีคำสั่งซื้อใหม่ (New Orders Index: ตัวชี้วัดคำสั่งซื้อที่เข้ามาใหม่) เพิ่มเป็น 60.6 จาก 58.6 หลังประกาศ ตัวดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index หรือ DXY: ดัชนีค่าเงินดอลลาร์เทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก) ลดลงต่ำกว่า 100.00 ไปทำจุดต่ำสุดใหม่ในรอบ 2 วัน ก่อนรายงานจะออก ISM Services PMI มีกำหนดเผยแพร่เวลา 14:00 GMT และคาดไว้ที่ 55.0 เทียบกับ 56.1 ภาคบริการถูกอธิบายว่ามีสัดส่วนราวสองในสามของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และมักดูควบคู่กับการจ้างงาน คำสั่งซื้อ และราคา EUR/USD (คู่เงินยูโร/ดอลลาร์) ปรับขึ้น 0.25% แถว 1.1544 ในช่วงท้ายการซื้อขายยุโรป ระดับที่อ้างถึงมีแนวต้าน (resistance: บริเวณราคาที่มักขึ้นต่อได้ยาก) ใกล้ 1.1566 และ 1.1600 จากนั้น 1.1667 โดยมีแนวรับ (support: บริเวณราคาที่มักลงต่อได้ยาก) ใกล้ 1.1500 และ 1.1411; RSI (Relative Strength Index: ตัวชี้วัดโมเมนตัมของราคา) ยังอยู่ในช่วง 40.00–60.00 เราเห็นรูปแบบที่คุ้นเคยซึ่งทำให้นึกถึงตลาดช่วงต้นปี 2025 เช่นเดียวกับตอนนั้น ข้อมูล ISM ภาคบริการล่าสุดของเดือนมีนาคม 2026 แสดงว่าเริ่มเย็นลงเล็กน้อย โดยออกมาที่ 53.5 อย่างไรก็ดี ส่วนที่เกี่ยวกับเงินเฟ้อยังน่ากังวล โดยดัชนี Prices Paid ยังสูงอยู่ที่ 68.9จับตาระดับสำคัญของดอลลาร์และความผันผวน
ในปี 2025 ชุดข้อมูลลักษณะนี้ทำให้ DXY หลุดระดับแนวรับสำคัญ 100.00 ตอนนี้เรากำลังจับตาระดับ 103.00 อย่างใกล้ชิด เพราะตลาดกำลังประเมินว่าเฟด (Federal Reserve: ธนาคารกลางสหรัฐฯ) จะขึ้นดอกเบี้ยหรือเข้มงวดนโยบายการเงินแบบไม่แรงเท่าเดิม หากมีสัญญาณว่าเศรษฐกิจอ่อนแรงเพิ่ม อาจทำให้ดอลลาร์หลุดระดับสำคัญคล้ายเดิม สัญญาณที่ขัดกันระหว่างการเติบโตที่ช้าลงกับแรงกดดันด้านราคาที่ยังสูง สร้างความไม่แน่นอน และชี้ไปที่ความผันผวนของตลาด (volatility: ความแกว่งของราคา) ที่อาจสูงขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า สำหรับเทรดเดอร์ออปชัน (options: สัญญาซื้อขายที่ให้สิทธิ ไม่ใช่ข้อผูกมัด ในการซื้อ/ขาย) หมายความว่ากลยุทธ์ถือฝั่ง “คาดความผันผวนสูง” (long volatility: วางแผนให้ได้ประโยชน์เมื่อราคาแกว่งแรง) อาจทำกำไรได้ พิจารณาซื้อสแตรดเดิล (straddle: ซื้อออปชันทั้งแบบซื้อและแบบขายที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน เพื่อหวังราคาแกว่งแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง) บน EUR/USD เพราะคู่นี้มักตอบสนองแรงต่อการเปลี่ยนแปลงความคาดหวังต่อเฟด ภาวะการจ้างงานที่อ่อนแอที่เราเห็นในรายงานปี 2025 โดยดัชนีการจ้างงานลดลงมา 45.2 เป็นส่วนสำคัญของภาพรวม ตอนนี้ อัตราว่างงานทั้งประเทศ (unemployment rate: สัดส่วนคนว่างงานในกำลังแรงงาน) ขยับขึ้นเป็น 4.1% ในไตรมาสแรกของปี 2026 ทำให้เห็นชัดว่าตลาดแรงงานเริ่มอ่อนลง ซึ่งทำให้เฟดคงความเข้มงวดได้ยากขึ้น และเพิ่มน้ำหนักให้กับมุมมองดอลลาร์อ่อนค่า จากมุมมองนี้ เราเห็นว่าการเปิดสถานะขาย (short positions: ทำกำไรเมื่อราคาลง) ในสัญญาฟิวเจอร์สดอลลาร์สหรัฐ (US dollar futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงค่าเงินดอลลาร์) น่าสนใจมากขึ้น หาก DXY หลุดต่ำกว่า 103.00 อย่างชัดเจน จะเป็นสัญญาณแรงในการเพิ่มสถานะ เทรดเดอร์ควรเฝ้าดูจุดนี้เป็นตัวกระตุ้นสำคัญในช่วง 1–2 สัปดาห์ถัดไป
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets